ศาลฎีกายกฟ้อง "บัณฑิต" ผู้ต้องหาคดียิงอาร์พีจีใส่กลาโหม
ศาลฎีกายกฟ้อง"ส.ต.ต.บัณฑิต"ผู้ต้องหาคดียิงอาร์พีจีใส่ กระทรวงกลาโหมปี 53 เหตุพยานหลักฐานอ่อน
ศาลฎีกายกฟ้อง"ส.ต.ต.บัณฑิต"ผู้ต้องหาคดียิงอาร์พีจีใส่ กระทรวงกลาโหมปี 53 เหตุพยานหลักฐานอ่อน
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ห้อง 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ส.ต.ต.บัณฑิต หรือ นายบัณฑิต สิทธิทุม อายุ 48 ปี อดีตตำรวจ สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกระทำให้เกิดระเบิดเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่น, ร่วมกันมีปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดไปในเมือง ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2553 จำเลยกับพวกอีก 1 คน ร่วมกันใช้เครื่องยิงจรวด อาร์พีจี เล็งและยิงลูกระเบิดไปยังอาคารกระทรวงกลาโหม เขตพระนคร ทำให้นายศักดิ์ หาญสงคราม ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้สายเคเบิลโทรศัพท์ของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เสียหายเป็นเงินจำนวน 39,421 บาท จำเลยกับพวกมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญ บังคับ รัฐบาลไทยให้ยุบสภา ทั้งยังสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน การกระทำของจำเลยกับพวกดังกล่าวเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือการก่อการร้ายของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำเลยมีเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี จำนวน 1 กระบอก ลูกระเบิดแบบสังหาร เอ็ม 67 จำนวน 3 ลูก ปืนกลมือ (เอ็ม3) ขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืน .45 จำนวน 48 นัด เหตุเกิดที่แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ แขวงพระบรมมหาราชวัง แขวงพระนคร เขตพระนคร แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เกี่ยวพันกัน
สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำคุก ส.ต.ต.บัณฑิต 38 ปี ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้อง เนื่องจากยังมีข้อสงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย และต่อมาเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2558 ศาลฎีกาให้ออกหมายจับส.ต.ต.บัณฑิต เนื่องจากไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาตามนัด มีเพียงนายประกันเดินทางมาศาล ถือว่ามีพฤติกรรมจงใจหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ ส.ต.ต.บัณฑิต และให้ปรับนายประกัน โดยยึดเงินสด 1 ล้านบาท
โดยวันนี้ศาลฎีกาได้ยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง ส.ต.ต.บัณฑิต หรือ นายบัณฑิต สิทธิทุม อดีตตำรวจ สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ในคดียิงจรวดอาร์พีจี ใส่วัดพระแก้ว และยิงระเบิดใส่กระทรวงกลาโหม ปี 2553 เนื่องจากพยานอัยการไม่ชัดเจน จึงยกประโยชน์แก่ความสงสัย ขณะที่จำเลยไม่ได้เดินทางมาศาลเพื่อรับฟัง







