
การนำสัญญา คุณธรรมมาใช้
เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลไทยได้ริเริ่มนำสัญญาคุณธรรม (Integrity Pact) มาใช้กับโครงการนำร่องบางโครงการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการทุจริตคอร์รัปชั่นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะนำสัญญาคุณธรรมไปใช้กับโครงการจัดซื้อจัดจ้างอื่นๆ ของภาครัฐในวงกว้างขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลไทยได้ริเริ่มนำสัญญาคุณธรรม (Integrity Pact) มาใช้กับโครงการนำร่องบางโครงการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการทุจริตคอร์รัปชั่นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะนำสัญญาคุณธรรมไปใช้กับโครงการจัดซื้อจัดจ้างอื่นๆ ของภาครัฐในวงกว้างขึ้น
กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท ไทย (IOD) พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมผู้สังเกตการณ์อิสระ (Independent Observer) เพื่อให้ผู้สังเกตการณ์อิสระเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ และขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของตน ดังนั้น IOD จึงได้ติดต่อคุณ Neill Stansbury กรรมการและผู้ร่วมก่อตั้งสถาบัน Global Infrastructure Anti-Corruption Centre (GIACC) จากประเทศอังกฤษให้ทำงานร่วมกับ IOD ในการจัดทำคู่มือและพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้สังเกตการณ์อิสระ
คุณ Neill เป็นนักกฎหมายที่มีประสบการณ์ทำงานมากว่า 30 ปี ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้าง และงานวิศวกรรมระดับโลก เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ สำคัญๆ กว่า 75 โครงการ ใน 20 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา เขาได้ทำงานเต็มเวลาในการพัฒนา ส่งเสริม ประเมิน และนำมาตรการต่อต้านการทุจริตไปใช้กับ
ภาครัฐบาล ธุรกิจเอกชน และโครงการต่างๆ ทั่วโลก
คุณ Neill ได้เล่าถึงมุมมองและประสบการณ์ที่น่าสนใจของเขาที่เกี่ยวข้องกับการนำสัญญาคุณธรรมมาใช้ในประเทศต่างๆ และการจะนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยด้วย
สัญญาคุณธรรมเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ป้องกันการทุจริตในการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ โดยเป็นข้อตกลงระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลที่จะทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างและผู้รับเหมาที่เข้าประมูลงานว่าจะไม่มีการทุจริตในการทำสัญญา การดำเนินงานตามสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง และกระบวนการส่งมอบงาน
เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะทำหน้าที่ของตัวเอง อย่างมีคุณธรรมและปฏิบัติตามพันธะที่กำหนดไว้ในสัญญา จึงกำหนดให้มีผู้สังเกตการณ์อิสระที่จะคอยจับตาดูว่ามีการดำเนินการตามเนื้อหาสำคัญที่ระบุในสัญญาทั้งในช่วงของการจัดซื้อจัดจ้างและการส่งมอบงาน พร้อมทั้งรายงานกรณีที่พบเหตุต้องสงสัยว่าจะมีการทุจริต หรือการทำผิดข้อตกลงในสัญญาให้หน่วยงานของรัฐที่ทำการจัดซื้อจัดจ้างและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เมื่อขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างและส่งมอบครบสมบูรณ์แล้ว จะต้องเปิดเผยรายงานของผู้สังเกตการณ์อิสระให้สาธารณชนรับทราบ
การนำสัญญาคุณธรรมมาใช้จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่รัฐบาลกำลังเร่งใช้จ่ายงบลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่างานสูง ไปจนถึงโครงการขนาดเล็กที่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า
ในการนำสัญญาคุณธรรมมาใช้ในประเทศไทยนั้น คุณ Neill มองว่าอุปสรรคสำคัญ ก็คือ การที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐขาดความเข้าใจและความกระตือรือร้นที่จะนำสัญญาคุณธรรมมาใช้ในโครงการจัดซื้อจัดจ้าง และไม่ให้ความร่วมมือกับผู้สังเกตการณ์อิสระเท่าที่ควร ทั้งนี้ประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก ก็คือ ในกรณีที่ผู้สังเกตการณ์อิสระตรวจพบเหตุต้องสงสัยว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น ก็ต้องมีกระบวนการสอบสวนและดำเนินการต่อเนื่องอย่างเหมาะสม มิฉะนั้นการทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ และการนำสัญญาคุณธรรมมาใช้ก็ไม่เกิดผลอะไร
การนำสัญญาคุณธรรมมาใช้ในประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จนั้น คุณ Neill ให้ความเห็นว่าต้องประกอบด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้
รัฐบาลต้องจริงจังกับการนำสัญญาคุณธรรมมาใช้กับโครงการที่มีความสำคัญในภาครัฐทุกโครงการ (ไม่ใช่เลือกใช้กับโครการแค่ไม่กี่โครงการ)
หน่วยงานของรัฐบาลที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างต้องให้การสนับสนุนแนวคิดเรื่องสัญญาคุณธรรม
มีการดำเนินการอย่างเหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ให้ความร่วมมือกับผู้สังเกตการณ์อิสระ
มีการสรรหาผู้สังเกตการณ์อิสระที่มีประสบการณ์และมีความมุ่งมั่นมาให้ได้มากๆ เพื่อจะได้เลือกมาทำหน้าที่สังเกตการณ์โครงการที่เหมาะสมตามความถนัด
มีการเปิดเผยรายงานของผู้สังเกตการณ์อิสระต่อสาธารณชน
มีการตรวจสอบและดำเนินการอย่างเหมาะสมในกรณีที่พบเหตุต้องสงสัยว่าจะมีการทุจริต
ถึงแม้ว่าสัญญาคุณธรรมจะเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ในต่างประเทศมานานแล้ว แต่ยังเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับประเทศไทย เช่น เกณฑ์การคัดเลือกโครงการ องค์กรหรือคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินการตามสัญญาคุณธรรม และขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ก็ยังไม่ได้มีกำหนดไว้อย่างละเอียดชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องครบถ้วน รัฐบาลก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการให้ความรู้และทำความเข้าใจกับหน่วยราชการที่จะต้องนำสัญญาคุณธรรมไปใช้ และผู้รับเหมาในภาคเอกชนที่จะเข้าร่วมประมูลจัดซื้อจัดจ้างด้วย เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบ
บทบาทหน้าที่และแนวทางการปฏิบัติตน รวมถึงการปฏิสัมพันธ์กับผู้สังเกตการณ์อิสระอย่างเหมาะสมภายใต้กรอบของสัญญาคุณธรรม ซึ่งจะช่วยให้การนำเครื่องมือต้านการทุจริตตัวใหม่นี้มาใช้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด







