posttoday
ยุทธศาสตร์ต้องชัด

ยุทธศาสตร์ต้องชัด

06 ตุลาคม 2558

การประเมินของธนาคารโลกที่คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2558 ว่าจะขยายตัวได้ในอัตรา 2.5% จากปี 2557 ที่ขยายตัว 0.9% ลดลงจากประมาณการเดิม 3.5% โดยกว่าครึ่งหนึ่งของการขยายตัวเป็นผลมาจากการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือน และการลงทุนภาคเอกชนน่าจะฟื้นตัวได้เล็กน้อย การส่งออกยังอ่อนแรงจากตลาดโลก และเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2559 จะขยายตัว 2% และปี 2560 จะขยายตัว 2.4%

การประเมินของธนาคารโลกที่คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2558 ว่าจะขยายตัวได้ในอัตรา 2.5% จากปี 2557 ที่ขยายตัว 0.9% ลดลงจากประมาณการเดิม 3.5% โดยกว่าครึ่งหนึ่งของการขยายตัวเป็นผลมาจากการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือน และการลงทุนภาคเอกชนน่าจะฟื้นตัวได้เล็กน้อย การส่งออกยังอ่อนแรงจากตลาดโลก และเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2559 จะขยายตัว 2% และปี 2560 จะขยายตัว 2.4%

ธนาคารโลกชี้ปมให้คนไทยต้องตระหนักว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตช้าที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากต้องเผชิญกับปัญหาด้านโครงสร้างของการส่งออกที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ความต้องการสินค้าของตลาดโลกก้าวไปสู่สายการผลิตที่ซับซ้อนและทันสมัยขึ้น จึงไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ขณะที่โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถออกมาในปีนี้ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐที่ออกมาก็เป็นเพียงระยะสั้น จีดีพีของไทยในปีหน้าและปีถัดไปยังคงเติบโตได้ไม่มากนัก

ดังนั้น ประเทศไทยควรมีการเร่งปฏิรูปใน 3 ด้าน เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ด้านแรก การส่งออก จะต้องเพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สินค้าส่งออกของไทยเป็นที่ต้องการในตลาดโลก

ด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล จะต้องเอื้อต่อการเปิดรับต่อระบบเศรษฐกิจที่เปิดกว้างมากขึ้น

ด้านการพัฒนาทักษะ จะต้องพัฒนาความรู้ของประชากรในประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากมาตรการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทีมเศรษฐกิจชุดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศแนวทางออกมานั้น จะพบว่าเป็นมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าระยะสั้น เพื่อกระตุกเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นมาจากความซึมเซาแทบทั้งหมด

มาตรการอัดฉีดเงินลงกองทุนหมู่บ้านละ 5 ล้านบาท มาตรการกระตุ้นการลงทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท มาตรการปล่อยกู้ชุบชีวิตเอสเอ็มอี ตลอดจนมาตรการมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับนักลงทุนที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนและนำเงินมาลงทุนจริงในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ไป จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุดที่เคยได้รับ เพื่อกระตุ้นการลงทุน ล้วนแล้วแต่เป็นมาตรการฉีดยาให้กับระบบเศรษฐกิจที่เป็นไข้หนักให้ฟื้นตัวขึ้นมาทั้งสิ้น

แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นถือเป็นมาตรการที่รัฐบาลจัดยาชุดได้ถูกจุด เพื่อพิจารณาจากอาการของคนไข้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลจะต้องตระหนัก และต้องพิจารณาเพิ่มเติม คือ การกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อวางโรดแมปในการพัฒนาประเทศให้เดินหน้าไปอย่างเข้มแข็ง เหมือนกับการกำหนด 6 กลุ่มคลัสเตอร์ที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาของผู้ประกอบการ เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องประกาศออกมาให้ชัดเจน เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน จะได้ปรับตัว และวางแผนให้สอดคล้องในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน