posttoday
เฟดขึ้นดอกเบี้ย ทำไม? เมื่อไร? ผลต่อไทย? (ตอนที่ 1)

เฟดขึ้นดอกเบี้ย ทำไม? เมื่อไร? ผลต่อไทย? (ตอนที่ 1)

06 ตุลาคม 2558

หากคุณผู้อ่านเป็น...นักลงทุน เป็น...คนเล่นหุ้น คงทราบดีว่า หนึ่งในเหตุการณ์ในช่วงเวลานี้ที่จะสั่นคลอนความมั่นใจของนักลงทุนทั่วโลกก็คือ เมื่อไร?...เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเสียที

หากคุณผู้อ่านเป็น...นักลงทุน เป็น...คนเล่นหุ้น คงทราบดีว่า หนึ่งในเหตุการณ์ในช่วงเวลานี้ที่จะสั่นคลอนความมั่นใจของนักลงทุนทั่วโลกก็คือ เมื่อไร?...เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเสียที

เพื่อให้คุณผู้อ่านท่านอื่นๆ เข้าใจด้วยว่า มันมีสาเหตุอะไรที่ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve) จึงต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย แล้วจะขึ้นเมื่อไร? หลังจากขึ้นแล้วจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร? ผมจึงขออนุญาตมาคุยให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจกัน ดังนี้ ครับ

ทำไม? เฟดต้องขึ้น...อัตราดอกเบี้ย

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ผมขอพาคุณผู้อ่านย้อนกลับไปในปี 2551 ในช่วงเวลานั้นสหรัฐประสบกับปัญหาการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ ทั้งรัฐบาลอเมริกันและธนาคารกลาง ได้เข้ามาแก้ปัญหาโดยใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (Quantitative Easing-QE) โดยการระดมอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจสหรัฐอยู่หลายปีเป็นจำนวนสูงกว่า 7.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ผ่านมาตรการ QE1, QE2 และ QE3 โดยเฉพาะมาตรการ QE3 บางคนก็เรียกว่า QE-Infinity

นั่นหมายความว่า จะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปเรื่อยๆ จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้น สรุปก็คือ สหรัฐถือว่าตัวเองพิมพ์แบงก์เองได้ไม่อั้น (อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ Nixon Shock ได้ที่ www.doctorwe.com/posttoday/20121002/3648) จึงพิมพ์แบงก์ออกมาอย่างมโหฬารและอัดฉีดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจของตน โดยไม่ยี่หระต่อคำทัดทานของประชาคมโลก

เมื่อมีเม็ดเงินเข้ามาจำนวนมหาศาลแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การให้อัตราดอกเบี้ยถูกๆ เพื่อให้ภาคเอกชนของสหรัฐสามารถนำเม็ดเงินเหล่านี้ไปลงทุนต่อได้ในต้นทุนของเงินที่ต่ำ ธนาคารกลางของสหรัฐจึงลดอัตราดอกเบี้ยลงมาโดยตลอดและเกือบจะเหลือ...ศูนย์เปอร์เซ็นต์ และในที่สุดก็ทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐพลิกฟื้นและกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้งหนึ่ง ดังที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หากธนาคารกลางยังปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำ และยังมีปริมาณเม็ดเงินจำนวนมหาศาลคงอยู่ในระบบ ก็จะเกิด “Cheap Money” หรือเม็ดเงินที่มีต้นทุนต่ำกระจายไปทั่วสหรัฐและทั่วโลก เม็ดเงินเหล่านี้เมื่อมีต้นทุนที่ต่ำก็จะทำให้มีการนำเงินไปขยายธุรกิจอย่างไม่หยุดหย่อน และอาจนำไปสู่...ปัญหาเงินเฟ้อ และจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ และเป็นภาระต่อประชาชนชาวอเมริกันเอง

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น หากมีเม็ดเงินต้นทุนต่ำมากเกินไป นักลงทุนก็จะมีความกล้ามากเกินไป และบางคนก็อาจนำไปเก็งกำไรใน “สินทรัพย์เสี่ยง” ไม่ว่าจะเป็นหุ้น อสังหาริมทรัพย์ อนุพันธ์ เป็นต้น และอาจจะทำให้เศรษฐกิจของอเมริกาต้องกลับมาประสบวิกฤตอีกครั้งหนึ่ง...ก็เป็นได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้... เฟดอยากจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างยิ่ง

เมื่อไร? เฟดจะขึ้น...อัตราดอกเบี้ย

เราคุยกันไปแล้วว่า สหรัฐอเมริกาใช้มาตรการ QE ทุ่มเม็ดเงินกว่า 7.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อัดฉีดเข้าไปในเศรษฐกิจของสหรัฐจนเศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติ โมเดลการทำ QE ของสหรัฐได้เป็นแบบอย่างในการแก้ไขปัญหาให้กับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอื่นๆ ทำตาม เช่น ทุกวันนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อัดฉีดเงินจำนวนสูงถึง 80 ล้านล้านเยน/เดือนเข้าไปในเศรษฐกิจของตน

ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อัดฉีดเม็ดเงินจำนวนถึง 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน เข้าไปในระบบเศรษฐกิจของตนเช่นกัน ในขณะที่เงิน QE ของสหรัฐอเมริกาที่ได้อัดฉีดเข้าไปแล้ว ก็ยังแทบจะไม่ได้ไถ่ถอนออกจากระบบเลย อ่านถึงตรงนี้แล้ว คุณผู้อ่านคงพอนึกภาพออกแล้วว่า...อะไร? จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ใช่แล้วครับ นั่นคือ เหตุการณ์ “เงินล้นโลก” ซึ่งฝรั่งหลายสำนักชอบใช้คำว่า “Spillover Effect”

“Spillover Effect” หรือแปลตรงๆ ก็คือ “ผลกระทบของการกระฉอก” ในที่นี้หมายถึง การที่เม็ดเงินทั่วโลกมีมากมายจนล้นระบบ ก็จะทำให้เกิดการกระฉอกของเม็ดเงิน โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลในอัตราดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำไปเก็งกำไร หากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้น มีการกระฉอกของเม็ดเงิน ซึ่งในบางเวลาจะทำให้เม็ดเงินในตลาดมีน้อยมาก ทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจทำให้กระบวนการการเก็งกำไรทั่วโลกพังครืนลงมาได้

เฟด...รู้เรื่องเหล่านี้ดี เฟดจึงพยายามหาจังหวะเวลาที่จะขึ้นดอกเบี้ย แต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้นทำไม่ง่าย...อย่างที่อยากจะทำ คณะกรรมการของเฟดที่เรียกกันว่า FOMC (Federal Open Market Committee) ได้ประชุมกันเมื่อวันที่ 17-18 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผลการประชุมคือ เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ต่ำเป็นประวัติการณ์เกือบศูนย์เปอร์เซ็นต์ ต่อไป

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI