
สมาชิกสหกรณ์คลองจั่นพบดีเอสไอทวงความคืบหน้าคดี
สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นกว่า50 คน นัดรวมตัวกันเพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ
สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นกว่า50 คน นัดรวมตัวกันเพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. เวลา 10.30 น.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ พร้อมด้วยสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกว่า 50 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะทำงานประกอบด้วย พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร และพ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า สมาชิกสหกรณ์มีข้อสงสัยการดำเนินกับผู้ต้องในคดีที่ 63/2557 การดำเนินคดีตั้งข้อหาเพียง 12ราย จาก 60 ราย รวมทั้งนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และอดีตคณะกรรมการ ซึ่งสมาชิกเห็นว่าเป็นเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาแต่ไม่มีการดำเนินการยึดทรัพย์หรือดำเนินการแต่อย่างใด และต้องการให้ดีเอสไอสอบสวนปากคำใหม่ได้หรือไม่ โดยเฉพาะนายแสงประทีป นำจิตรไทย และกรณีที่มีข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้องมีการดำเนินการอย่างไร
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 60 ราย ทุกคนแต่นายอริยะ เอี่ยมดิลกวงศ์ ตัวแทนผู้เสียหายคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯไม่สามารถตอบได้ว่าบุคคลในจำนวน 60 ราย มีการกระทำผิดอย่างไรบ้าง ทางดีเอสไอจึงนำพฤติการณ์บวกพยานหลักฐานมาวิเคราะห์จนสามารถเอาผิดได้ 13 ราย จาก 60 ราย ซึ่งคนที่สั่งฟ้องเจ้าหน้าที่พบว่ามีการสนับสนุนการกระทำผิดจริง
“ส่วนประเด็นการให้สอบปากคำใหม่นั้น ทางสมาชิกสหกรณ์ฯสามารถไปยื่นเรื่องต่อพนักงานอัยการได้ เพื่อให้มีคำสั่งว่าต้องการให้สอบสวนในประเด็นใดเพิ่มเติมได้ ขึ้นอยู่กับทางพนักงานอัยการว่าจะมีดุลยพินิจอย่างไร สำหรับสำนวนคดีที่ 63 นั้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำสำเนาไว้รวมแล้วกว่า 20 กล่อง ทางดีเอสไอเตรียมส่งฟ้องผู้ต้องหาในวันที่ 15 ต.ค.นี้ได้”พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าว
พ.ต.ท.สมบูรณ์ ระบุอีกว่า ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐในข้อหาละเว้นการปฏิบัตืหน้าที่กรณีไม่ตรวจสอบการบริหารจนทำให้เกิดความเสียหายนั้น เดิมที่ พ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ เป็นเจ้าของสำนวนนี้ แต่ขณะนี้ทาง พ.ต.ท.ถวัลย์ มีอาการป่วย ตนจึงขอให้โอนสำนวนทั้งหมดมายังตน โดยตอนนี้ตนเป็นหัวหน้าชุดทำงานและจากพยานหลักฐานทั้งหมดพบว่ายังไม่เพียงพอที่จะส่งให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ดำเนินคดีได้ ยืนยันเจ้าหน้าที่ทำงานมาโดยตลอดและคาดว่าสำนวนจะเสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ บางครั้งคดีที่ล่าช้าเนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินคดีได้
นายอัจฉริยะ ระบุว่า ต้องการทวงถามความคืบหน้ากรณีเช็คเงินสด 878 ฉบับจำนวนเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ส่งให้ดีเอสไอตรวจสอบ มีความคืบหน้าอย่างไร และที่ผ่านมาทำไมถึงยังไม่มีการสอบปากคำผู้เสียหาย
พ.ต.ท.ปกรณ์ ระบุว่า สำหรับคดีที่ 146/2556 คดีเช็ค 878 ฉบับนั้น คาดว่าช่วงก่อนกลางเดือนตุลาคมนี้จะสามารถส่งให้กับทางอัยการพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องคดี ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการที่จะพิจารณาไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ นอกจากนี้ยังมีการเตรียมส่งฟ้องในคดีฟอกเงินที่ 68 นายศุภชัยและนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล และคดีฟอกเงินที่ 70 นายศุภชัย นำเงินไปซื้อที่ดินบริเวณวัดพระธรรมกาย ด้วย







