
"แพง - ไม่แพง" ทุกการตัดสินใจในร้านอาหาร อยู่ที่ผู้บริโภค
คิดไว้เสมอว่าคุณเป็นผู้ตัดสินใจทุกอย่าง เมื่อย่างก้าวเข้าไปในร้านอาหาร…
โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด
ศึกระหว่างผู้ค้ากับผู้บริโภคมีให้พบเห็นเสมอ โดยเฉพาะปัญหาความเรื่องชัดเจนของ “ป้ายราคาอาหาร” ที่แม้จะมีการรณรงค์จากกรมการค้าภายใน และตัวอย่างความเสียหายปรากฎให้เห็นอย่างบ่อยครั้ง แต่ดูเหมือนว่า ผู้ค้าหลายรายยังไม่รู้สึกกระเตื้อง
สุชาติ สินรัตน์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน แนะนำว่า ประชาชนทุกคนต้องคุ้มครองสิทธิและปกป้องการโดนเอาเปรียบด้วยการตัดสินใจของตัวเองก่อน
โดยตั้งหลักคิดเบื้องต้นเมื่อย่างก้าวเข้าร้านอาหารดังนี้…
1.สังเกตเมนู ว่ามีการระบุชื่ออาหารและราคาอย่างชัดเจนครบถ้วนหรือไม่
2.ตัดสินใจให้ดีว่า ราคาอาหารที่คุณเห็น เหมาะสมหรือสอดคล้องไปกับ สภาพแวดล้อม บรรยากาศ ทำเล สถานที่ตั้ง และการบริการหรือไม่
3.หากคิดว่าทุกอย่างเหมาะสม ก็ตัดสินใจจ่ายเงินในราคาที่เห็น
4.หากไม่สบายใจ ติดใจ หรือตะขิดตะขวงใจ ในราคาและบริการที่ได้รับ สามารถโทรศัพท์มาร้องเรียนได้ที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนราคาสินค้า สายด่วน 1569” ได้ โดยกรมการค้าภายในมีเจ้าหน้าที่สายตรวจพร้อมลงพื้นที่ค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อผู้บริโภค
“ตามกฎหมายของกรมการค้าภายใน ร้านอาหารทุกร้าน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะแผงลอย ตึกแถวหรือนิติบุคคล ต้องมี เมนูและราคาอาหารประกอบอย่างชัดเจนให้ผู้บริโภคได้เลือกสรร เมื่อผู้บริโภครับทราบอย่างชัดเจนแล้ว ในส่วนความยินยอมพร้อมใจนั้นจะถูกกำหนดและตัดสินจากตัวผู้บริโภคเอง เพราะทุกคนต้องยอมรับว่าตัวเลขที่ร้านอาหารแสดงออกมา ไม่ใด้คิดคำนวณจากต้นทุนของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง เรื่อง วัตถุดิบ รสชาติ ทำเลสถานที่ สภาพแวดล้อม และ บริการเสริมอื่นๆ อีกมากมายด้วย”
รองอธิบดีกรมการค้า ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า ถ้าคุณไปรับประทานผัดกะเพราที่ย่านทองหล่อหรือห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองอย่างสยามพารากอน แล้วหวังว่าจะได้เสียเงิน 35 บาทนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากผู้ประกอบการร้านอาหารแต่ละคน เสียค่าวัตถุดิบ ค่าเช่าสถานที่หรือมีบริการเสริมอื่นๆ แตกต่างกันออกไป
“ราคาอยู่ที่ความพอใจของทั้งสองฝ่าย หากไม่พอใจก็อาจจะนำไปบอกต่อกับเพื่อนฝูงว่าร้านนี้แพงเกินจริง อย่าไปให้การสนับสนุน”
อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ประกอบการ หากโดนผู้บริโภคร้องเรียนหรือถูกกรมการค้าภายในเข้าตรวจสอบแล้วไม่สามารถชี้แจงต้นทุนที่มาของราคาอาหารได้ ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ. ว่า ด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการใด ๆ โดยจงใจที่จะทำให้ราคา ต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการใด โดยมีโทษปรับสูงสุดถึง 1 แสนบาท หรือ จำคุก 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ”
รองอธิบดีกรมการค้า กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการหลายคนเรียนรู้ที่จะต้องปฎิบัติตามกฎหมายมากขึ้น เพราะหากกระทำผิด สังคมจะโหมกระหน่ำและลงโทษเขาก่อนที่กฎหมายจะตามไปจัดการเขาเสียอีก ดังเช่น กรณีล่าสุด “ผัดกะเพรา 150 บาท” ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสังคม จนกลายเป็นตัวอย่างของความผิดที่ไม่สามารถหลุดรอดพลังของโซเชียลมีเดียได้
งานนี้ หากผู้ประกอบการทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว การตัดสินใจต่อมาขึ้นอยู่ทึ่ผู้บริโภคว่าคุณจะเลือกหรือไม่เลือก







