
ระทึกห้นก้จีน
ทั่วโลกจับตานักลงทุนจีนแห่เข้าตลาดตราสารหนี้แทน ตลาดหุ้นหวั่นเสี่ยงเกิดฟองสบู่
ทั่วโลกจับตานักลงทุนจีนแห่เข้าตลาดตราสารหนี้แทน ตลาดหุ้นหวั่นเสี่ยงเกิดฟองสบู่
บลูมเบิร์กอ้างการสำรวจของบรรดาผู้เชี่ยวชาญในจีน รวมถึงเทรดเดอร์และผู้จัดการกองทุน พบว่า 19 จาก 21 คน ต่างเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าตลาดตราสารหนี้ของจีนกำลังอยู่ในสภาพที่ร้อนแรงเกินไปแล้ว และกำลังจะกลายเป็นฟองสบู่ได้
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 3 เอกชนจีนได้ออกหุ้นกู้สูงสุดทำสถิติใหม่ 3.5 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วถึง 90% ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมก็ลดลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 ปี โดยบริษัทหลักทรัพย์ อินดัสเทรียล และหัวฉวง ในจีนยอมรับว่าตลาดตราสารหนี้ของจีนกำลังเกิดฟองสบู่ขึ้นแล้ว
นอกจากนี้ จีนกำลังเผชิญหน้ากับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อธนาคารกลางจีนลดดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่องหลังเกิดภาวะปั่นป่วนในตลาดหุ้น แต่ก็ทำให้จีนกำลังกลายเป็นประเทศที่มีการกู้ยืมของเอกชนมากที่สุดในโลก และกำลังเสี่ยงทำให้เกิดภาวะฟองสบู่
รายงานยกตัวอย่างบริษัทชิเหมา พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้ง ที่ออกหุ้นกู้ 5 ปี มูลค่า 6,000 ล้านหยวนในเดือน ก.ย. ดอกเบี้ย 3.9% ทั้งๆ ที่หุ้นกู้อายุ 7 ปี ที่เปิดขายเดือนก.พ.นั้นเพิ่งถูกสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ จัดอันดับไว้ที่ระดับ “จังก์” หรือขยะ และมีผลตอบแทนสูงถึง 7.5%
ชี่หลี หัวหน้าฝ่ายวิจัยตราสารหนี้จากบริษัท ผิงอัน ซีเคียวริตี้ ในจีนให้ความเห็นว่า เงินถูกกำลังหลอกล่อนักลงทุนให้เข้ามาในตลาดนี้ และมีการกู้ยืมสูงเกินกว่าปริมาณลงทุนจริง 3-10 เท่า เพื่อทำกำไรเพิ่ม ถ้าหากเกิดอะไรก็จะยิ่งย่ำแย่
นายเจษฎา สุขทิศ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) อินฟินิติ กล่าวว่า ตลาดตราสารหนี้จีนยังไม่น่ากังวล ส่วนต่างดอกเบี้ยของหุ้นกู้จีนอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่ประเทศเกิดใหม่อื่นๆ ปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว หากบริษัทใดผิดนัดชำระหนี้จะทำให้ตลาดตกใจและผลตอบแทนดีดขึ้นรุนแรงส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมีการทิ้งตราสารหนี้และหุ้นของไทยนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันไปแล้ว 1 แสนล้านบาท จากความกังวลเรื่องสหรัฐจะมีการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงเช่นเดียวกับตลาดภูมิภาค







