
‘อภิศักดิ์’ยันซอฟต์โลน ให้กู้ไม่มีเงื่อนไข
สมาคมธนาคารไทยไม่มีข้อสรุป ปล่อยกู้เอสเอ็มอีด้วยซอฟต์โลนแสนล้านบาทตามนโยบายของรัฐบาล
สมาคมธนาคารไทยไม่มีข้อสรุป ปล่อยกู้เอสเอ็มอีด้วยซอฟต์โลนแสนล้านบาทตามนโยบายของรัฐบาล
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. สมาคมธนาคารไทยได้นัดหารือกันในรายละเอียดของการปล่อยกู้ดอกเบี้ย 4% ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1 แสนล้านบาท หวังกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ โดยดำเนินงานผ่านทางธนาคารออมสิน แต่รายละเอียดการปล่อยกู้ไม่ชัดเจน ทำให้ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถดำเนินการปล่อยกู้ได้
ภายหลังการประชุม จิรัชยุติ์ อัมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากการหารือกันรอบล่าสุดยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนมากนัก โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการปล่อยกู้ตามแต่ละขั้นตอนที่แบงก์พาณิชย์ต้องการความชัดเจน เพื่อให้สามารถปล่อยกู้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
“ยังตกลงกันไม่ได้เรื่องกระบวนการที่ครบทุกวงจร ตั้งแต่การยื่นขอกู้ ติดตาม ไปจนถึงขั้นตอนเมื่อเกิดปัญหา เช่น กรณีที่ปล่อยไปแล้วเกิดเป็นหนี้เสีย เอ็นพีแอล แบงก์จะต้องจ่ายคืนออมสินอย่างไร เพราะเงินกู้ซอฟต์โลนรับมาในต้นทุน 0.1% แต่ต้นทุนการคืนจะแพงกว่าอยู่ที่ราว 2-3% ซึ่งแบงก์พาณิชย์อาจต้องจ่ายคืนออมสินไปก่อน และไปทวงคืนกับลูกหนี้เอง ตรงนี้จะคุ้มหรือไม่ ขณะที่ปัจจุบันหนี้เอ็นพีแอลในกลุ่มเอสเอ็มอีก็มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นด้วย” จิรัชยุติ์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าของธนาคารต้องการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
อย่างไรก็ดี อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ยืนยันว่า มาตรการสินเชื่อซอฟต์โลนที่ออกมาเป็นความพยายามสร้างเงื่อนไขเพื่ออำนวยความสะดวกให้ใช้เงินสินเชื่อได้มากขึ้น จากสินเชื่อแบบเดิมที่มีเงื่อนไขเป็นอุปสรรคในการเข้าถึง จึงเป็นที่มาของการอนุมัติสินเชื่อซอฟต์โลนที่ให้สิทธิแก่ผู้ยื่นขอกู้ก่อน (First come first serve) โดยมีมาตรการให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วย
ค้ำประกัน หรือช่วยรับความเสี่ยงเพิ่มอีกทาง เพื่อช่วยในการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ง่ายขึ้น
“การปล่อยกู้ครั้งนี้แทบจะไม่มีเงื่อนไขเลย ไม่มีเงื่อนไขห้ามรีไฟแนนซ์อีกด้วย การจะให้สินเชื่อกับลูกค้ารายใดอยู่ในดุลพินิจของธนาคาร กรณีลูกหนี้ที่เข้าข่ายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สามารถใช้สินเชื่อซอฟต์โลนปรับโครงสร้างหนี้ แล้วกู้ไปขยายกิจการได้ หรือลูกค้าเก่าก็สามารถกู้ไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจหรือขยายกิจการได้
สำหรับลูกหนี้เก่า ซึ่งเป็นลูกหนี้ที่ดีก็อย่าน้อยใจ ขอให้คิดว่าเสียสละแบ่งปันไปช่วยคนที่กิจการแย่กว่าเรา” อภิศักดิ์ กล่าว
ด้านรายงานข่าวจากธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ล่าสุดธนาคารได้ปล่อยกู้ในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน วงเงิน 1 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้กับสถาบันการเงินเป็นยอดรวมแล้วกว่า 2,500 ล้านบาท และคาดว่าเมื่อสถาบันการเงินต่างๆ ได้รับมติที่ชัดเจนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว จะทำให้ยอดปล่อยกู้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับเงื่อนไขการปล่อยกู้ซอฟต์โลนของธนาคารได้ส่งหนังสือถึงสาขา เขต และสำนัก เพื่อเร่งขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการแล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถอนุมัติสินเชื่อรอบแรกได้ตั้งแต่ปลายสัปดาห์นี้ หรือต้นสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป โดยให้การปล่อยสินเชื่อดังกล่าวครอบคลุมผลิตภัณฑ์สินเชื่อ 5 ประเภท ได้แก่ สินเชื่อช่วยเหลือชาวประมง วงเงิน 1,000 ล้านบาท สินเชื่อเอสเอ็มอีเพิ่มประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน วงเงิน 1,000 ล้านบาท สินเชื่อเอสเอ็มอีเพื่อธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ วงเงิน 1,000 ล้านบาท สินเชื่อเอสเอ็มอีเพื่อผู้รับเหมางานภาครัฐ วงเงิน 2,000 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง วงเงิน 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสินเชื่อเขตมีอำนาจอนุมัติสินเชื่อทุกประเภท โดยมีวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท







