
หมอพรทิพย์เผยตรวจซิมมือถือยึดจากคุกพบใช้ถี่ช่วงเย็นเร่งวิเคราะห์ผล
"หมอพรทิพย์" เผยตรวจดีเอ็นเอซิมมือถือผู้ต้องขัง 5,000 ชิ้น พบใช้โทรศัพท์ถี่ในช่วงเย็น สั่งเจ้าหน้าที่เร่งวิเคราะห์เหตุผล
"หมอพรทิพย์" เผยตรวจดีเอ็นเอซิมมือถือผู้ต้องขัง 5,000 ชิ้น พบใช้โทรศัพท์ถี่ในช่วงเย็น สั่งเจ้าหน้าที่เร่งวิเคราะห์เหตุผล
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงความคืบหน้าการใช้พ.ร.บ.จัดเก็บระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอ โดยทุกหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมจะต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน คือ การตรวจซิมโทรศัพท์มือถือของขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งสำนักนิติวิทยาศาสตร์และกรมราชทัณฑ์ได้ร่วมกันตรวจสอบซิมโทรศัพท์ไปแล้วจำนวน 5,000 ชิ้นจากการจู่โจมตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งของต้องห้ามในเรือนจำต่างๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.มีดีเอ็นเอตรงกับผู้ต้องขัง 2.มีดีเอ็นเอไม่ตรงกับผู้ต้องขัง 3.ตรวจไม่พบดีเอ็นเอแต่เป็นซิมการ์ดที่ยึดได้จากผู้ต้องขัง ซึ่งอาจเกิดจากการเก็บหลักฐานไม่ถูกต้องตามหลักว่าการและ 4.ซิมการ์ดที่ตรวจไม่พบดีเอ็นเอ และไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบหมายเลขและการส่งข้อความผ่านเอสเอ็มเอส ทั้งหมด
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์เหตุผลที่ผู้ต้องขังใช้โทรศัพท์สื่อสารในช่วงเวลาเย็น จากการตรวจสอบพบว่ามีการใช้โทรศัพท์ถี่มาก และมีความเป็นไปได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์หรือมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง
พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันฯยังไม่ได้รับอนุญาตให้ตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบระหว่างซิมการ์ดโทรศัพท์กับผู้คุมในเรือน เนื่องจากมีข้อติดขัดทางกฎหมายแต่เชื่อว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คงมีแผนรองรับเพื่อทำให้เกิดความโปร่งใส
สำหรับการปฎิรูปสถาบันนิติวิทยาศาสตร์นั้น รมว.ยธ มีแนวคิดให้คงสังกัดหระทรวงยุจิธรรมและเชื่อมโยงภารกิจของกรมอื่นๆในกระทรวงยุติธรรม ทั้งดีเอสไอ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจฯและงานด้านปราบปรามยาเสพติด โดยได้ผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ระเบียบจัดการคนหายกับศพนิรนาม ขณะนี้ได้ประกาศใช้แล้วต่อไปจะมีการจัดระบบตรวจสอบขอทานและคนไร้บ้าน 2.พ.ร.บ.สถาบันนิติวิทยาศาตร์ที่ออกกฎหมายชัดใหเตรวจครบทุกด้านและคุ้มครองสิทธิเพิ่มขึ้น ประชาชนและเอกชนจะสามารถใช้มาใช้บริการขอตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์กับทางสถาบันฯได้ 3. พรบ.เก็บระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอ
ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวอีกว่า หลังเกษียณอายุราชการ ตนได้รับมอบหมายงานจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม รวมทั้งพล.อ.ไพบูลย์ ได้ตั้งให้เป็นคณะทำงานของกระทรวงยุติธรรมละที่ปรึกษาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ด้วย







