
ตามติดอี-บิดดิ้ง 3 เดือน กลัวไม่ช่วยลดคอร์รัปชั่น
คลังชี้อี-บิดดิ้งยังแก้ปัญหาฮั้วประมูลได้ยาก เร่งติดตามแก้ปัญหาทุก 3 เดือน หลังเริ่มใช้งานจริง
คลังชี้อี-บิดดิ้งยังแก้ปัญหาฮั้วประมูลได้ยาก เร่งติดตามแก้ปัญหาทุก 3 เดือน หลังเริ่มใช้งานจริง
วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 หน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน ทั้งการประมูลก่อสร้างและการจัดซื้อทั่วไป จะเริ่มใช้การจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบการยื่นข้อเสนอประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-บิดดิ้ง) และตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (อี-มาร์เก็ต) แทนระบบการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออกชั่น) เพื่อลดการทุจริตและการฮั้วประมูลงานได้ส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ดี วิสุทธิ์ยอมรับว่างานก่อสร้างที่มีความซับซ้อนมาก ผู้ประมูลงานอาจฮั้วกันได้ เพราะผู้รับเหมามีเพียงไม่กี่รายที่จะสามารถดำเนินการได้จะต้องมีการติดตามทุก 3 เดือน เพื่อติดตามผลการใช้งาน โดยระบบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ... อยู่ในขั้นตอนกฤษฎีกา คาดว่าจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี 2559
อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นผ่านการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณได้ผ่อนคลายเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง ระหว่างวันที่ 15 ก.ย. 2558-31 มี.ค. 2559 โดยโครงการที่มีมูลค่าไม่เกิน 5 แสนบาท ให้ใช้วิธีการตกลงราคา โครงการที่มีมูลค่า 5 แสนบาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้ใช้การสอบราคา และโครงการที่มีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านบาทให้ใช้อี-บิดดิ้ง จากเดิมที่โครงการมูลค่าไม่เกิน 1 แสนบาท ที่เป็นจัดซื้อทั่วไปและไม่ซับซ้อน ให้ใช้การตกลงราคาหรืออี-มาร์เก็ต ซึ่งจะมีอี-แค็ตตาล็อกที่มีฐานราคากลางข้อมูลรายละเอียดสินค้าและบริการเพื่อใช้อ้างอิงในการจัดซื้อจัดจ้าง และโครงการที่มีความซับซ้อนและมูลค่ามากกว่า 1 แสนบาทขึ้นไป ต้องใช้การประมูลแบบอี-บิดดิ้งทั้งหมด
“ปีงบ 2559 ภาครัฐบาลจะมีการลงทุน 1 แสนโครงการ มูลค่ารวมราว 5.4 แสนล้านบาท จำนวนนี้กว่า 70% หรือ 7 หมื่นโครงการ มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการที่มูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาท ดังนั้นไม่ต้องใช้ระบบอี-บิดดิ้ง คาดว่าโครงการเหล่านี้จะสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายออกมาได้ก่อน หากผู้ประกอบการยังไม่มีความพร้อมและเข้าใจระบบอี-บิดดิ้ง และช่วงระยะเวลาที่ผ่อนคลายเกณฑ์ผู้ประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมอี-บิดดิ้งได้ ส่วนโครงการลงทุนขนาดใหญ่จะต้องใช้การประมูลแบบอี-บิดดิ้งทั้งหมด” นายวิสุทธิ์ กล่าว
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า แผนงานของกระทรวงคมนาคม ระหว่างปี 2558-2565 จะเร่งรัดการลงทุน 19 โครงการ มูลค่ารวม 1.77 ล้านล้านบาทอาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ มอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง รถไฟทางคู่ สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 ท่าเทียบเรือชายฝั่ง เป็นต้น จะมีการทยอยลงทุน โดยปี 2558 ที่ผ่านมากระทรวงได้รับงบประมาณ 1.44 แสนล้านบาท ส่วนปี 2559 ได้รับประมาณอีก 1.89 แสนล้านบาท ซึ่งโครงการลงทุนของกระทรวงคมนาคมเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ การจัดซื้อจัดจ้างจะผ่านกระบวนการอี-บิดดิ้งทั้งหมด







