
ชงแก้กฎหมายผังเมืองแก้น้ำท่วม
สนช.เตรียมแก้กฎหมายผังเมืองหวังแก้ปัญหาน้ำท่วมและสิ่งแวดล้อม
สนช.เตรียมแก้กฎหมายผังเมืองหวังแก้ปัญหาน้ำท่วมและสิ่งแวดล้อม
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า จะประสานงานกับคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยผังเมือง สนช.ให้พิจารณา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด
“กฎหมายที่ออกมาจะพยายามเร่งดำเนินการให้ทันในยุค สนช.นี้ เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่น้ำท่วม แต่ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย”นายสุรชัย กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา นายสุรชัย และคณะสมาชิก สนช.ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนภายในหมู่บ้านทุ่งตะวันทอง ซอยสุขุมวิท-พัทยา 46 ที่ได้รับผลกระทบจากพายุหว่ามก๋อ
นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายผังเมืองต้องควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างขององค์กรด้วยคือ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพราะต่อให้มีกฎหมายผังเมืองที่เป็นบริบทชัดเจน แต่ขาดการขับเคลื่อนจากองค์กร การแก้ไขปัญหาก็ไร้ประโยชน์
ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายจะเป็นเครื่องมือหรือเป็นอุปกรณ์ที่จะทำให้ระบบผังเมืองดีขึ้น แต่หากแก้แล้วไม่มีผู้นำไปปฏิบัติตามก็จะไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้ที่ผ่านมาองค์กรที่เกี่ยวข้องกับผังเมืองก็มีปัญหามาโดยตลอด เพราะการทำงานไม่มีความเป็นเอกภาพ การแก้ไขปัญหาผังเมืองจึงไม่ดีขึ้น
“คนช่วยคิดแก้ไขปัญหาเรื่องผังเมืองมีเยอะ นักวิชาการก็มีมาก แต่ช่วยอะไรไม่ได้หากการขับเคลื่อนไม่ขยับตาม ดังนั้น การแก้ไขกฎหมายต้องควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างของกรมโยธาธิการฯ ถึงจะเดินหน้าได้ และไม่ต้องไปพูดถึงว่าต้องแก้ผังเมืองตรงไหน ปรับที่ใดบ้าง เอาแค่การขับเคลื่อนให้เดินหน้าได้ก่อนจะดีที่สุด” นายปราโมทย์ กล่าว
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า มีจังหวัดได้รับผลกระทบจากภาวะฝนตกหนักของอิทธิพลพายุหว่ามก๋อจำนวน 19 จังหวัด โดยสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 13 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 6 จังหวัด รวม 22 อำเภอ 69 ตำบล 336 หมู่บ้าน
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า มีพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 8 จังหวัด อาทิ จ.ชุมพร จันทบุรี ระยอง และตาก และหากไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่ คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วัน
ทั้งนี้ ได้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกล ออกปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ และให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นผิวจราจร







