posttoday
หมอประเวศชี้ไทยติดหลุมดำ6ข้อแนะทุกฝ่ายช่วยแก้

หมอประเวศชี้ไทยติดหลุมดำ6ข้อแนะทุกฝ่ายช่วยแก้

20 กันยายน 2558

นพ.ประเวศระบุ ไทยติดหลุมดำ 6 ข้อ แนะทุกฝ่ายต้องช่วยแก้ไข เชื่ออีก 10 ปีไทยจะเป็นประเทศน่าอยู่ที่สุด

นพ.ประเวศระบุ ไทยติดหลุมดำ 6 ข้อ แนะทุกฝ่ายต้องช่วยแก้ไข เชื่ออีก 10 ปีไทยจะเป็นประเทศน่าอยู่ที่สุด

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.  นพ.ประเวศ วะสี  ราษฎรอาวุโส และที่ปรึกษาการจัดงานฯ กล่าวภายในงานเวทีจุดประกาย "สานพลังประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก" ที่อิมแพค เมืองทองธานีว่า วันนี้เป็นวันฤกษ์ดีที่คนไทยมารวมตัวกัน เป็นวันประวัติศาสตร์เพื่อดึงประเทศไทยให้ออกจากวิกฤตการณ์ และไม่สามารถออกจากหลุมได้ ซึ่งหลุมดำวิกฤตประเทศไทยมี 6 ประการ  1.การเมือง 2.เศรษฐกิจ 3.สังคม 4.สิ่งแวดล้อม 5.ศีลธรรม และ 6.การพัฒนาคุณภาพคน เพราะฉะนั้นวิกฤตการณ์ทั้ง 6 อย่างนั้นเชื่อมโยงกันจนทำให้เกิดหลุมดำใหญ่และประเทศไทยไม่สามารถหลุดออกจากตรงนี้ ไม่มีรัฐบาลใดสามารถนำประเทศหลุดออกจากวิกฤตการณ์ตรงนี้ได้โดยลำพัง และเกิดสภาพคนเหมือนไก่ จิกตีกันจนเลือดตกยางออก

นพ.ประเวศ  กล่าวอีกว่า เราต้องมีหลักคิดในกระบวนทัศน์ใหม่เพื่อพัฒนาประเทศ  เพราะกระบวนทัศน์เก่าไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากเป็นกระบวนทัศน์เก่าทำจากบนลงล่างโดยยึดรูปแบบพระเจดีย์  โดยที่ผ่านมาอย่างเรื่องเศรษฐกิจก็จะทำตั้งแต่ด้านบน การศึกษา การเมือง โครงสร้างทั้งพระเจดีย์ ปิรามิด เพื่อฐานความมั่นคงแข็งแรงแล้วจะรองรับให้ด้านบนมั่นคงและรองรับประเทศได้ ตรงจุดนี้ถือว่าสำคัญ ซึ่งจากการประกาศของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นั้น เป็นกระบวนทัศน์ใหม่โดยการทำจากล่างขึ้นบน โดยเป็นการสร้างฐานรากความเข้มแข็งของประเทศโดยเปลี่ยนจากเดิม

ที่ผ่านมามีดำเนินการมาแล้วหลายอย่าง ทั้งด้านเศรษฐกิจ กองทุนต่างๆ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ หมออนามัย  ที่มาร่วมงานในวันนี้หลายหมื่นคน มีการทำงานมานานแล้ว และเกิดผู้นำท้องถิ่นหลายแสนคน หลายร้อยตำบลเป็นตำบลสุขภาวะ  ความดีเป็นเครดิตสามารถใช้กู้เงินได้ อย่างที่อำเภอพาน จ.เชียงราย มีธนาคารความดี สะสมความดี

นพ.ประเวศ  กล่าวอีกว่า อย่างที่ นายสมคิด ประกาศกระบวนทัศน์ใหม่นั้นที่ต่างไปจากเดิม และเมื่อรัฐบาลจะสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานราก แล้วนำมาเชื่อมโยงกับประชาชนที่มีการทำงานอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะทำงานในเรื่องนี้ทั้งกว่า 8 หมื่นหมู่บ้าน  8,000 ตำบล 77 จังหวัด สามารถทำได้อย่างเต็มที่ โดยมีกลไกต่างๆควบคุมดูแล ในการขับเคลื่อนชุมชนทุกระดับ เป็นการสร้างความเข้มแข็งเต็มพื้นที่ทั้งประเทศ โดยจะไม่มีการแบ่งสีแบ่งพวก แต่เป็นการรวมตัวทุกภาคส่วนช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ

สำหรับหัวใจการสร้างเศรษฐกิจฐานราก คือการสร้างสัมมาชีพ กับสร้างวิสาหกิจชุมชนให้เต็มพื้นที่ข้างล่าง โดยการทำสิ่งต่างๆ 9 ข้อ อาทิเช่น  1.เรื่องเกษตรยั่งยืน 2.ผลิตสิ่งสินค้าที่จำเป็นและสินค้าวัฒนธรรมของชุมชน 3.สร้างการท่องเที่ยวชุมชนทุกตำบล 4.พลังงานชุมชน 5.เรื่องธนาคารต้นไม้ 6.การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร 7.มีสถาบันการเงินระดับชุมชนทุกตำบล  8.โยงเศรษฐกิจชุมชนกับมหภาคให้เชื่อมโยงกัน

นพ.ประเวศ ระบุด้วยว่า สำหรับสามเหลี่ยมเขยื่อนประเทศไทยทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน  โดยมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่วิสาหกิจชุมชน โดยมีฐานรากเศรษฐกิจที่มั่นคงแข็งแรง และเชื่อว่าในอีก 10 ปี ข้างหน้าหรือปี 2568 ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI