
โซโฮค้นพบดาวหางดวงที่ 3,000
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การนาซาออกข่าวการค้นพบดาวหางในภาพถ่ายจากยานโซโฮ ซึ่งนับเป็นดาวหางดวงที่ 3,000
โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การนาซาออกข่าวการค้นพบดาวหางในภาพถ่ายจากยานโซโฮ ซึ่งนับเป็นดาวหางดวงที่ 3,000 นับตั้งแต่ยานถูกส่งออกจากโลกเมื่อปี 2538 โซโฮ (SOHO ย่อมาจาก Solar and Heliospheric Observatory) เป็นยานอวกาศที่องค์การอวกาศยุโรป หรืออีซา และองค์การนาซาของสหรัฐอเมริการ่วมกันส่งขึ้นไปในอวกาศมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2538 ยานลำนี้โคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยมีตำแหน่งอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ห่างโลกประมาณ 1.5 ล้านกิโลเมตร
ยานโซโฮมีวัตถุประสงค์หลัก คือการสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์และอวกาศบริเวณโดยรอบดวงอาทิตย์ นักดาราศาสตร์คอยเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิว ลมสุริยะ และบรรยากาศชั้นนอกของดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดการลุกจ้าและการพ่นมวลคอโรนา ซึ่งดวงอาทิตย์จะปลดปล่อยอนุภาคพลังงานสูงออกมา
ยานโซโฮไม่ได้ถูกออกแบบให้ค้นหาดาวหางมาตั้งแต่แรก แต่ด้วยคุณสมบัติในการถ่ายภาพอวกาศบริเวณรอบดวงอาทิตย์ และในทิศทางเดียวกับดวงอาทิตย์เมื่อมองจากโลก ทำให้ได้รับผลพลอยได้จากการถ่ายภาพติดดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวง ดาวเคราะห์น้อยสว่างบางดวง และดาวหางจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถสังเกตได้จากพื้นโลก ดาวหางที่โซโฮค้นพบในระยะหลังเมื่อไม่กี่ปีมานี้นับได้กว่า 200 ดวงต่อปี โซโฮค้นพบดาวหางดวงที่ 1,000 เมื่อเดือน ส.ค. 2548 ดวงที่ 2,000 เมื่อเดือน ธ.ค. 2553 และดวงที่ 3,000 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าเป็นยานอวกาศหรือดาวเทียมที่ค้นพบดาวหางนับจำนวนได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์
แน่นอนว่ายานอวกาศไม่สามารถค้นพบดาวหางได้ด้วยตัวเอง ผู้ที่ค้นพบดาวหางในภาพถ่ายจากยานโซโฮ คือ นักดาราศาสตร์สมัครเล่นและผู้สนใจจากทั่วโลก นาซาและอีซาเปิดโอกาสให้คุณ หรือใครก็ได้เข้าร่วมในการค้นหาและค้นพบดาวหางในภาพถ่ายจากโซโฮ ภาพถ่ายเหล่านี้เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ที่เว็บไซต์ sohowww.nascom.nasa.gov และ soho.esac.esa.int เมื่อพบสิ่งที่คาดว่าเป็นดาวหาง (สังเกตจากการเคลื่อนที่ต่อเนื่องในภาพหลายภาพ และอาจรวมถึงลักษณะปรากฏ) สามารถรายงานผ่านแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ sungrazer.nrl.navy.mil โดยส่วนใหญ่จะมีการยืนยันจากนักล่าดาวหางด้วยกันเองก่อนว่าเป็นดาวหาง หลังจากนั้นนักดาราศาสตร์ของโครงการจะตรวจสอบและยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
เมื่อได้รับการยืนยันว่าเป็นดาวหางแล้ว ดาวหางที่ค้นพบจะมีชื่อชั่วคราวขึ้นต้นด้วย SOHO ตามด้วยลำดับการค้นพบ ชื่อของผู้ที่ค้นพบก็จะถูกบันทึกไว้ เมื่อมีการวัดตำแหน่งจากภาพถ่ายแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปที่ศูนย์ดาวเคราะห์น้อยของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลเพื่อคำนวณวงโคจร จากนั้นดาวหางจึงจะมีชื่ออย่างเป็นทางการในบัญชีดาวหาง ซึ่งบ่งบอกถึงปี ช่วงเดือนที่ค้นพบ และลำดับการค้นพบ ดาวหางจะได้ชื่อสามัญว่าโซโฮตามชื่อของยานอวกาศ ขณะนี้กระบวนการในช่วงท้ายมีความล่าช้า เนื่องจากมีดาวหางที่ค้นพบในภาพจากโซโฮเรียงแถวรอคิวอยู่เป็นจำนวนมาก
ดาวหางส่วนใหญ่ที่พบในภาพถ่ายของโซโฮอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งเป็นกลุ่มของดาวหางที่มีวงโคจรใกล้เคียงกัน คาดว่าเป็นผลจากการแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยของดาวหางขนาดใหญ่ดวงหนึ่งในอดีต จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดของวงโคจรอยู่ใกล้ผิวดวงอาทิตย์มาก จึงเรียกว่าดาวหางเฉียดดวงอาทิตย์ ดาวหางกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดมีขนาดเล็กมาก อาจอยู่ในหลักสิบเมตร แรงโน้มถ่วงและความร้อนของดวงอาทิตย์ทำให้ดาวหางแตกสลายไปในช่วงก่อนหรือระหว่างเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด มีดาวหางขนาดใหญ่เพียงบางดวงเท่านั้น ที่ยังคงเหลือซากเคลื่อนห่างออกมาให้เห็นได้หลังผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด
ดาวหางอิเกะยะ-เซะกิ (C/1965 S1 Ikeya-Seki) เป็นดาวหางในกลุ่มเดียวกันที่นับเป็นดาวหางที่สว่างที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ค้นพบเมื่อเดือน ก.ย. 2508 โดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวญี่ปุ่น 2 คน สามารถเห็นอยู่เคียงข้างดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่าในเวลากลางวัน ผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในปลายเดือน ต.ค. และปรากฏให้เห็นด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้าเวลากลางคืนต่อเนื่องไปถึงต้นเดือน ธ.ค. 2508
ดาวหางดวงที่ 3,000 นี้ ค้นพบโดยผู้เขียน ซึ่งร่วมเป็นหนึ่งในนักล่าดาวหางในภาพถ่ายของโซโฮมาตั้งแต่กลางปี 2557 ปัจจุบันผู้เขียนค้นพบดาวหางในภาพถ่ายจากยานโซโฮแล้วมากกว่า 90 ดวง คาดว่ามีนักดาราศาสตร์สมัครเล่นอีกสิบกว่าคน ที่ค้นพบดาวหางในภาพของโซโฮด้วยจำนวนมากกว่านี้ ผู้ที่ค้นพบมากที่สุดน่าจะเกิน 300 ดวง เมื่อเทียบกับจำนวนดาวหางทั้งหมดที่ปัจจุบันเพิ่งผ่านหลัก 3,000 มาไม่นาน จะเห็นได้ว่าจำนวนดาวหางที่ผู้เขียนค้นพบนั้น คิดเป็นสัดส่วนน้อยนิดเพียงราวร้อยละ 3 ของทั้งหมด
นอกเหนือจากดาวหางที่พบในภาพถ่ายจากกล้องคอโรนากราฟของโซโฮ ปลายเดือน เม.ย. 2558 ผู้เขียนเป็นหนึ่งในผู้ค้นพบดาวหางสวอน-ซิงหมิง (C/2015 F5 SWAN-Xingming) จากภาพถ่ายผ่านอุปกรณ์ SWAN ที่ติดตั้งบนยานโซโฮ ดาวหางดวงนี้ไม่สว่างพอจะเห็นด้วยตาเปล่า มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ยาวนานประมาณ 61 ปี คาดว่าจะกลับเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์อีกครั้งในปี 2619
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (20–27 ก.ย.)
ดาวพุธเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ท้องฟ้าเวลาหัวค่ำจึงเหลือดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์สว่างดวงเดียวที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้า ดาวเสาร์ยังคงเคลื่อนอย่างช้าๆ ในกลุ่มดาวคันชั่ง ทางขวามือของกลุ่มดาวแมงป่อง ตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง
ดาวเคราะห์สว่างอีก 3 ดวง ได้แก่ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดี ปรากฏบนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ดาวศุกร์อยู่สูงและสว่างที่สุด สัปดาห์นี้จะออกจากกลุ่มดาวปูเข้าสู่กลุ่มดาวสิงโต ซึ่งมีดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวนี้ เช้ามืดวันที่ 25 ก.ย. ดาวอังคารอยู่ทางซ้ายมือของดาวหัวใจสิงห์ ซึ่งเป็นดาวสว่างในกลุ่มดาวสิงโต โดยเข้าใกล้ที่สุดที่ระยะห่าง 0.8 องศา ดาวพฤหัสบดีอยู่
ต่ำลงไป สว่างกว่าดาวอังคาร สามารถเห็นได้หากใกล้ขอบฟ้าไม่มีเมฆหมอกหรือสิ่งอื่นใดบดบัง
วันที่ 23 ก.ย. ดวงอาทิตย์ผ่านตำแหน่งศารทวิษุวัต (อ่านว่า สา-ระ-ทะ-วิ-สุ-วัด) เป็นตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์อยู่ในแนวเดียวกับเส้นศูนย์สูตรโลก
วันนี้เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกตรงทิศตะวันออกและตะวันตกจริง หากโลกไม่มีบรรยากาศและดวงอาทิตย์เป็นจุด ระยะเวลากลางวันเท่ากับกลางคืนเป็นครั้งที่สองของปี (ครั้งแรกเกิดขึ้นประมาณวันที่ 21 มี.ค.) บรรยากาศโลกทำให้ในความเป็นจริง วันนี้ระยะเวลากลางวันยังคงยาวนานกว่ากลางคืนเล็กน้อย เช่น กรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.07 น. ตกเวลา 18.14 น. หลังจากนั้นระยะเวลากลางวันจะสั้นลงเรื่อยๆ สั้นที่สุดในฤดูหนาวที่จะถึงนี้
สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้น ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงในวันที่ 21 ก.ย. มองเห็นดวงจันทร์อยู่สูงสุดบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ และตกลับขอบฟ้าประมาณเที่ยงคืน หลังจากนั้น
ดวงจันทร์มีสัดส่วนของด้านสว่างเพิ่มขึ้นทุกวัน สว่างเต็มดวงในต้นสัปดาห์หน้า







