
เว้นภาษีเพิ่ม2ปีดึงลงทุนจริง
บอร์ดบีโอไอไฟเขียวมาตรการเร่งรัดลงทุนปี 2558-2559 เพิ่มการเว้นภาษีอีกไม่เกิน 2 ปี
บอร์ดบีโอไอไฟเขียวมาตรการเร่งรัดลงทุนปี 2558-2559 เพิ่มการเว้นภาษีอีกไม่เกิน 2 ปี
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบีโอไอ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการลงทุนในปี 2558-2559 โดยกำหนดให้กิจการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558-31 ธ.ค. 2559 ที่มีการดำเนินการจริงทั้งการผลิตและการบริการภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการดังกล่าว
สำหรับสิทธิประโยชน์ที่จะได้ตามมาตรการคือ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กิจการที่ลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มอีก 2 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี หรือหากเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้น 8 ปีอยู่แล้ว ให้ได้รับลดหย่อน 50% อีก 5 ปี รวมทั้งจะได้สิทธิประโยชน์เสริมอื่นๆ และ 2.กลุ่มกิจการที่ตั้งนอกเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มอีก 1 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี
“เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้เกิดการเร่งการลงทุนจริงมากขึ้นแน่นอน ซึ่งจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น และเท่าที่ประเมินจากโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนไปใน 8 เดือนแรกที่มีมูลค่า 6.2 แสนล้านบาท คาดว่าจะกระตุ้นให้โครงการที่ได้รับการอนุมัติไปแล้วมีการลงทุนจริง 50-60% หรือไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท ในอีก 1 ปีข้างหน้า เพิ่มจากช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ที่มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนทั้งในปีนี้และปีก่อนๆ มีการลงทุนจริง 1.5 แสนล้านบาท” นางหิรัญญา กล่าว
เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้มีโครงการที่จะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 629 โครงการ 1.19 แสนล้านบาท แต่ยังห่างจากเป้าหมายการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนทั้งปีที่ตั้งไว้ 3.5 แสนล้านบาท เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ได้ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
นางหิรัญญา ระบุว่า บอร์ดบีโอไอยังมีมติอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการในกลุ่มต่างๆ 17 โครงการ 7.81 หมื่นล้านบาท เช่น กิจการเกษตร 4 โครงการของบริษัท ซีพีเอฟ 8,123 ล้านบาท ลงทุนในกิจการยานยนต์ของบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี 6,269 ล้านบาท กิจการสายการบินของบริษัท สายการบินนกแอร์ 6,752 ล้านบาท บริษัท ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ 1.87 หมื่นล้านบาท และการลงทุนกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าชธรรมชาติของกลุ่มบริษัท กัลฟ์ 1.69 หมื่นล้านบาท







