
สะพัดมือบึ้มเผ่นเข้าปากีสถาน
มือบึ้มหนีไปปากีสถานแล้ว ส่วน 3 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกมาเลย์จับกุมแค่ช่วยพาหลบหนี
มือบึ้มหนีไปปากีสถานแล้ว ส่วน 3 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกมาเลย์จับกุมแค่ช่วยพาหลบหนี
แหล่งข่าวในชุดสืบสวนคดีระเบิดย่านราชประสงค์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่ถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมได้เป็นเพียงกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ที่มีความเชื่อมโยงกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดทั้งสองจุด คือ ที่ราชประสงค์ และ สาทร แต่เชื่อมโยงกับการขนคนมุสลิมข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และฝั่งมาเลเซีย
แหล่งข่าว เปิดเผยว่า จากการแกะรอยทางเทคโนโลยีชายเสื้อเหลืองที่เป็นคนวางระเบิดที่แยกราชประสงค์ทราบชื่อแล้วเป็นชาวอุยกูร์และได้เดินทางออกจากประเทศไทยด้วยหนังสือเดินทางประเทศตุรกี ไปยังประเทศปากีสถานทางท่าอากาศยานช่องทางปกติ ซึ่งได้รับการยืนยันจากตำรวจประเทศปากีสถานแล้วว่าผู้ต้องหาได้เดินทางไปยังปากีสถานจริง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุว่า ปัจจุบันชายเสื้อเหลืองยังอยู่ในประเทศปากีสถานหรือไม่
ก่อนหน้า คาลิด อาบู บาการ์ ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย กล่าวว่า ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงกับเหตุวางระเบิด โดยในจำนวนนี้ 2 รายถือสัญชาติมาเลย์เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย ส่วนอีก 1 ราย เป็นชายถือสัญชาติปากีสถาน
พ.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยคดีระเบิดที่มาเลเซียจับกุมได้ 3 ราย ยังไม่ใช่บุคคลที่ทางการไทยต้องการตัว แต่อาจเป็นกลุ่มคนที่พาผู้ต้องหาในคดีระเบิดหลบหนี สำหรับชายเสื้อเหลืองและเสื้อฟ้าคาดว่ายังเคลื่อนไหวอยู่ที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย
นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม กล่าวว่า นายอาเดมยอมรับว่าเป็นชาวตุรกีเดินทางเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ผ่านทางประเทศเวียดนามและลาว ก่อนจะถึงประเทศไทยวันที่ 24 ส.ค. 2558 ผ่านนายหน้าค้าแรงงาน ซึ่งพานายอาเดมมาพักอาศัยที่พูลอนันต์ อพาร์ทเม้นท์ ย่านหนองจอก
สำหรับขบวนการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของนายอาเดมนั้น ได้เตรียมเงินเป็นค่าใช้จ่าย 4,000 เหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นค่าพาสปอร์ตปลอม 1,200 เหรียญสหรัฐ ค่าผ่านเข้าออกประเทศไทยและลาว ครั้งละ 600 เหรียญสหรัฐ เป้าหมายเพื่อเข้าไปทำงานเป็นคนขับรถในประเทศมาเลเซีย







