posttoday
เฟด : ใครได้ใครเสีย

เฟด : ใครได้ใครเสีย

14 กันยายน 2558

ตามเวลาในประเทศไทยก็ประมาณกลางดึกวันพฤหัสฯ เข้าวันศุกร์นี้ครับ ที่น่าจะมีความเคลื่อนไหวจากการแถลงของเจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังการประชุม 2 วัน ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตากันแบบไม่กะพริบทีเดียว จะขึ้นไม่ขึ้นก็ได้รู้กันในวันนั้น

ตามเวลาในประเทศไทยก็ประมาณกลางดึกวันพฤหัสฯ เข้าวันศุกร์นี้ครับ ที่น่าจะมีความเคลื่อนไหวจากการแถลงของเจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังการประชุม 2 วัน ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตากันแบบไม่กะพริบทีเดียว จะขึ้นไม่ขึ้นก็ได้รู้กันในวันนั้น

ลองมาดูกันครับ ว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้วิเคราะห์ไว้ว่าจะมีใครเป็นผู้ชนะ ใครเป็นผู้แพ้กันบ้าง ถ้าหากว่าเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริงในวันนั้น

ในส่วนผู้ชนะนั้นที่พอยกมาได้ ก็มีดังนี้ครับ

อย่างแรก คือ เงินเหรียญสหรัฐจะเป็นผู้ชนะแน่นอน ถ้าดอกเบี้ยในสหรัฐสูงขึ้น เงินทุนจะไหลกลับเข้าสู่สหรัฐ ส่วนธนาคารกลางประเทศอื่นๆ ก็น่าจะลดดอกเบี้ยเพื่อพยายามดึงให้ทุนไหลกลับเข้ามา แน่นอนว่าจะทำให้เงินเหรียญสหรัฐของประเทศอื่นๆ อ่อนตัวลง และเงินเหรียญสหรัฐก็จะแข็งอย่างที่สุด

ผู้ชนะรายต่อไป ก็คือ ตลาดหุ้นโลกที่จะได้อานิสงส์จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เพราะภายหลังการขึ้นดอกเบี้ยซึ่งจะทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งขึ้น ก็จะทำให้สหรัฐมีกำลังซื้อมากขึ้น จะเป็นการเพิ่มความต้องการสินค้าจากภูมิภาคอื่นๆ มากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าการสั่งซื้อสินค้าจากเอเชียและยุโรปนั้น จะทำให้เอกชนในประเทศเหล่านั้นมีผลกำไรมากขึ้น และในที่สุดก็จะดันให้ราคาหุ้นของเอกชนเพิ่มขึ้นไปด้วย ขณะที่ภาคธนาคารพาณิชย์ก็จะสามารถทำกำไรได้จากการกู้ที่เพิ่มขึ้น

ส่วนใครจะเป็นผู้แพ้นั้นก็น่าสนใจครับ บลูมเบิร์กยกตัวอย่างไว้ว่า บรรดาเอกชนที่ก่อหนี้ไว้ในรูปเงินเหรียญสหรัฐนั้นจะเป็นผู้แพ้มากที่สุด เพราะมูลหนี้จะพุ่งสูงขึ้นทันทีเนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มมูลค่ามากขึ้้น และจะกลายเป็นแรงกดดันให้กับบรรดาผู้บริหารเอกชนต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วน ว่าจะทำอย่างไรเพื่อสร้างผลกำไรเพื่อชดเชยกับมูลหนี้ที่เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้น ก็มีประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่จะได้รับผลกระทบหนักจากภาวะทุนไหลออก ซึ่งที่ผ่านมาก็เกิดการไหลออกอย่างมหาศาลมาแล้วดังที่เรียนไว้หลายครั้ง  

ผู้แพ้อีกรายที่น่าสนใจ ก็คือ งบประมาณกลางของสหรัฐนั่นเอง เพราะรัฐบาลสหรัฐจะต้องจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรสูงมากขึ้นครับ อย่างน้อยก็อีก 10 ปีหลังจากนี้ไป

สำหรับธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดเองนั้น จะถือได้ว่าเป็นทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยนั้น หมายถึงเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งขึ้นแล้ว หน้าที่ของเฟดได้สำเร็จลง แต่ทว่าการเป็นผู้แพ้สำหรับเฟด ก็คือเฟดหมดกระสุนแล้วครับกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากเกิดวิกฤตครั้งต่อไปเฟดไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ครั้นจะกลับมาลดดอกเบี้ยอีกครั้งก็จะส่งผลกระทบไม่น้อยต่อความเชื่อมั่นทีเดียว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI