
อดีตสปช.ขอเอี่ยวเก้าอี้สภา
สปช.ชุดเก่าขอร่วมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปอีกรอบ อ้างขอประสานงานต่อ
สปช.ชุดเก่าขอร่วมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปอีกรอบ อ้างขอประสานงานต่อ
พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า อดีต สปช.หลายคนอยากจะทำงานสานต่องานด้านการปฏิรูป เพราะเสียดายหลายเรื่องที่คิดเอาไว้แต่ยังไม่ได้ทำ ต้องดูว่าผู้มีอำนาจจะเห็นการทำงานที่ผ่านมาว่าจะสามารถสานต่อได้แค่ไหน โดยทุกคนมีสิทธิเท่ากันอยู่ที่ผลงานที่ผ่านมา และผู้มีอำนาจจะเห็นว่าใครบ้างที่จะได้รับเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)
“ข้อดีของการเอาอดีต สปช.มานั่งเป็นสภาขับเคลื่อนฯ คือรู้มือกันดีส่วนข้อดีของการนำคนนอกเข้ามาตรงนี้จะได้ในเรื่องของความหลากหลาย” พ.ต.อาณันย์ กล่าว
นายนิรันดร์ พันธกิจ อดีตสมาชิก สปช. กล่าวว่า สมาชิก สปช.ทั้งที่ลงมติรับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ควรได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก สปท.อย่างน้อย 100 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับประธานคณะ กมธ.ปฏิรูปทุกคณะควรกลับเข้ามาเพื่อจะได้ให้คนที่ร่างแผนการปฏิรูปเข้าไปร่วมสานต่อการทำงานให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งควรเปิดให้ฝ่ายการเมืองเข้าร่วมด้วย เพื่อจะได้มีเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนเป็นการลดความขัดแย้ง
ด้าน นายมานิจ สุขสมจิตร อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า คณะ กมธ.ยกร่างฯ ไม่เคยมีสัญญาประชาคมใดๆ ทั้งสิ้นว่าจะไม่รับตำแหน่งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยกเว้นนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯ เพียงคนเดียวที่ได้ประกาศไปแล้วว่าจะไม่รับตำแหน่ง ส่วนอดีต กมธ.ยกร่างฯ คนอื่นถือเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะตัดสินใจว่าจะรับตำแหน่งหรือไม่
“ผมไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะ เขาจะกลัวอะไรกันนักกันหนาถึงไม่อยากให้พวกผมกลับมา หรือเป็นเพราะร่างรัฐธรรมนูญที่เราร่างขึ้นมาสามารถกันนักการเมืองชั่วนักการเมืองไม่ดีไม่ให้กลับมาสู่การเมืองอีก จริงอย่างที่หลายคนพูด หากเป็นคนดี ไม่ต้องกลัวอะไร” นายมานิจ กล่าว







