
บิ๊กตู่คิกออฟกู้เศรษฐกิจ
ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการ “มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ” วันนี้ (14 ก.ย.) วงเงินกว่า 1.4 แสนล้านบาท
ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการ “มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ” วันนี้ (14 ก.ย.) วงเงินกว่า 1.4 แสนล้านบาท
กระทรวงพาณิชย์ได้มีข้อตกลงกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่จะสร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่เพิ่มขึ้น 6 หมื่นราย/ปี จากเมื่อสัปดาห์ก่อนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี 5 มาตรการ เช่น การสนับสนุนการเพิ่มสภาพคล่องให้เอสเอ็มอีกว่า 2.6 แสนล้านบาท ลดภาษีเงินได้เอสเอ็มอีที่มีรายได้เกิน 3 แสนบาทขึ้นไป จาก 15-20% เหลือ 10% เป็นเวลา 2 รอบระยะเวลาบัญชี และยกเว้นภาษีเงินได้ให้เอสเอ็มอีรายใหม่ (New Start-up) ที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2558-31 ธ.ค. 2559 เป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี
ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ได้หารือร่วมกับ สุวิทย์
เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยตั้งเป้าผลักดันให้มีเอสเอ็มอีเกิดใหม่ 6 หมื่นราย/ปี และเพิ่มสัดส่วนจีดีพีของเอสเอ็มอีจาก 37% เป็น 41% รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการส่งออกของเอสเอ็มอีจาก 28% เป็น 33% ได้ภายใน 2 ปี
ทั้งนี้ มาตรการในการสร้างเอสเอ็มอีรายใหม่ ส.อ.ท.ได้เสนอแนวทางดำเนินงาน 2 แนวทาง คือ 1.ส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เข้าสู่ระบบโดยการขึ้นทะเบียนเอสเอ็มอี ปรับฐานภาษีให้เหมาะสม อบรมเอสเอ็มอี โดยเฉพาะรายใหม่ในเรื่องการทำบัญชี รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน เช่น ยกเว้นการจัดเก็บภาษี VAT สำหรับวัตถุดิบเพื่อการผลิตสำหรับการส่งออก และสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ตลาดโลก โดยการเพิ่มวงเงินโครงการ SME Pro active เป็นปีละ 400 ล้านบาท ต่อเนื่อง 5 ปี จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จัดตั้งศูนย์แสดงสินค้าไทยในประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา มาเลเซีย และเวียดนาม (CLMMV) และจัดตั้ง Virtual Office ในประเทศ CLMMV
2.เพิ่มขีดความสามารถภาคการเกษตร โดยการจัดทำโซนนิ่งเพื่อแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด บริหารการเกษตรเชิงอุตสาหกรรม เช่น การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตโดยการรวมแปลง จัดรูปที่ดินและใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรม เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาท้องถิ่น และการจัดตั้งสถาบันเกษตรอุตสาหกรรม ภายใต้ ส.อ.ท. เพื่อผลักดันการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรใน
รูปแบบของอุตสาหกรรม
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงได้เตรียม 2 มาตรการในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ได้แก่ 1.มาตรการ สตรองเอสเอ็มอี โดยจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายเดิมให้มีความเข้มแข็งผ่านการสร้างนวัตกรรมและเพิ่มผลิตภาพ และ 2.มาตรการนิว
วอริเออร์ นักรบพันธุ์ใหม่ เน้นส่งเสริม ผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะเริ่มทำธุรกิจให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และแข่งขันได้ โดยในระยะแรกจะคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ 1 หมื่นราย
ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหาก ครม.ออกประกาศให้เกษตรกรงดใช้น้ำตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีนี้ ถึง เม.ย.ปีหน้า จะทำให้เกษตรกรไม่มีงานทำ ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องจัดให้มีนโยบายในลักษณะเงินผัน จ้างแรงงานเหล่านี้เพื่อให้พอมีรายได้ไปก่อนในช่วงนี้ เช่น อาจจ้างขุดลอกคูคลอง ขุดบ่อน้ำในพื้นที่ที่จำเป็น
“เราต้องอาศัยจังหวะนี้นำแรงงานนอกระบบบางส่วนมาฝึกอบรมพัฒนาฝีมืออาชีพช่างต่างๆ ที่สำคัญต้องจ้างมาอบรมวันละ 300 บาท เพื่อให้คนกลุ่มนี้มีรายได้ ซึ่งเงินที่นำมาจ้างอาจเอามาจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน หากติดขัดกฎระเบียบใดก็ต้องไปปรับแก้หรือใช้มาตรา 44 นำเงินออกมาใช้” ยงยุทธ กล่าว







