posttoday
‘สมคิด’กางพิมพ์เขียว สร้างสมาร์ทเอสเอ็มอี

‘สมคิด’กางพิมพ์เขียว สร้างสมาร์ทเอสเอ็มอี

12 กันยายน 2558

รัฐบาลภายใต้การนำด้านเศรษฐกิจของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้คลอดมาตรการชุดแรกให้กลุ่มผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย หรือเอสเอ็มอี โดยเสริมสภาพคล่องอัดฉีดเงินกว่า 2 แสนล้านบาท เปิดช่องให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น พร้อมมาตรการด้านภาษี จูงใจเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบมากขึ้น

รัฐบาลภายใต้การนำด้านเศรษฐกิจของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้คลอดมาตรการชุดแรกให้กลุ่มผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย หรือเอสเอ็มอี โดยเสริมสภาพคล่องอัดฉีดเงินกว่า 2 แสนล้านบาท เปิดช่องให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น พร้อมมาตรการด้านภาษี จูงใจเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบมากขึ้น

ทั้งนี้ ล่าสุดเตรียมเข็นโครงการระลอกสอง เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสร้างและสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการสร้างไอเดียและแรงบันดาลใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยขับเคลื่อนเอสเอ็มอีไปด้วยกัน

สมคิด กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะไปกระทรวงการคลัง เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวก และลดอุปสรรคให้ภาคธุรกิจ เช่น กรมศุลกากร กรมสรรพากร กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย.นี้ จะหารือร่วมกับภาคเอกชนต่อไป

“มีหลายคลัสเตอร์หลักที่จะต้องมาปลดล็อกกัน เช่น เมดิคัลแอนด์เฮลท์ ซึ่งใหญ่มาก อันนี้นักแสดงขอมาเยอะ ให้ช่วยแก้ เพราะหน่วยงานที่อนุมัติใช้เวลาเป็นปี อยากรู้ทำไมต้องใช้เวลาถึง 1 ปี แสดงว่าบิซิเนส อีซี่มีปัญหา เป็นโจทย์ที่จะต้องแก้” สมคิด กล่าว

หากต้องการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเร็ว จะต้องเร่งลดอุปสรรคเหล่านี้ ทั้งคลัสเตอร์ที่มีอยู่แล้ว คลัสเตอร์ใหม่ จะเพิ่มสิทธิประโยชน์อย่างไร เช่น ไอที นวัตกรรมด้านอาหาร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
ข้าว ยาง ต้องดึงสถาบันการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม กระทรวงต่างๆ ถ้าต้องปรับก็ต้องปรับ อย่างสำนักงบประมาณในอนาคตต้องปรับเพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายมากขึ้น

สมคิด กล่าวเชื่อมั่นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นมาตรการที่เร็วเพื่อผลักดันให้เงินหมุน บางคนบอกว่ามาสร้างหนี้ให้ประชาชน “ช่วยเอสเอ็มอีไม่ได้ผลต้องเมกะโปรเจกต์” เป็นโครงการอีก 10 ปี บางคนบอกปีหน้าจะแล้งอีก แล้วจะอยู่รอดได้อย่างไร เพราะฉะนั้นต้องช่วยคนเหล่านี้ก่อน เริ่มจากชาวนา เอสเอ็มอี นักลงทุน ต้องช่วยให้เป็นซีรี่ส์

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ รัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรี จะมอบนโยบายและคิกออฟมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อสร้างท้องถิ่นให้แข็งแรง อีก 2 วันถัดไป กระทรวงอุตสาหกรรมจะคิกออฟมาตรการช่วยเอสเอ็มอี

นอกจากนั้น ต้องเร่งผลักดันธุรกิจอีคอมเมิร์ซ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องพัฒนาเป็นช่องทางส่งออกใหม่ กระทรวงไอซีทีต้องเข้ามาสนับสนุน แต่ไม่ใช่การตั้งกระทรวงดิจิทัล ดิจิทัลเป็นเทคโนโลยีที่มีทุกกระทรวง ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ย้ำว่า รัฐบาลไม่มีการพิจารณาเรื่องนิรโทษภาษีให้เอสเอ็มอี แต่จะให้ความสำคัญกับการดึงเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบภาษี ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการ 2.7 ล้านราย แต่อยู่ในระบบเพียง 7 แสนราย ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังจัดทำมาตรการจูงใจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบให้ได้

“อย่ากังวลเรื่องภาษี กลัวเรื่องภาษีและให้นิรโทษก่อน ตอนนี้พูดเรื่องเดินหน้ากัน ถ้าไม่เข้าระบบก็ช่วยเหลือกันไม่ได้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านต้องการความร่วมมือจึงจะไปข้างหน้าได้ รัฐบาลนี้ไม่มีการพูดอยู่แล้วเรื่องนิรโทษภาษี เพราะเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่จะพูดเรื่องเดินไปข้างหน้า” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้ บอร์ด สสว.ได้อนุมัติงบประมาณการส่งเสริมเอสเอ็มอีรวม 1,105.78 ล้านบาท เป็นแผนงานและงบประมาณการส่งเสริมเอสเอ็มอีของ สสว. ประจำปี 2559 วงเงิน 475.78 ล้านบาท และเป็นงบตามยุทธศาสตร์ส่งเสริมเอสเอ็มอีระยะเร่งด่วน 630 ล้านบาท

พร้อมมีมติแต่งตั้ง สาลินี วังตาล ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ไปเป็นผู้อำนวยการสสว.คนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนตามแผนงานสนับสนุนเอสเอ็มอีต่อไป

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI