posttoday
แด่ไอย์ลัน เคอร์ดี

แด่ไอย์ลัน เคอร์ดี

11 กันยายน 2558

โดย...โคทม อารียา

โดย...โคทม อารียา

ภาพเด็กน้อยอายุสามขวบที่นอนคว่ำหน้าบนชายหาดของตุรกี จะติดตาผมไปอีกนาน แล้วยังมีภาพของร่างอันปราศจากชีวิตที่เจ้าหน้าที่อุ้มขึ้นมา สงครามช่างโหดร้าย การทำร้ายเด็กเป็นการทำร้ายอนาคตของมนุษยชาติ ภาพดังกล่าวเป็นสักขีพยานของความล่มจมของพวกเราที่เป็นมนุษย์ที่ไม่สามารถปกป้องเพื่อนมนุษย์จากความป่าเถื่อนของสงคราม

เขาชื่อ ไอย์ลัน เคอร์ดี จมน้ำขณะที่เรือผู้อพยพจากซีเรียเพิ่งออกจากฝั่งได้เพียง 500 เมตร มีผู้จมน้ำตาย 12 คน รวมทั้งแม่และพี่ชายของไอย์ลันด้วย รอดมาได้ก็แต่พ่อผู้หัวใจสลาย เขานำร่างไร้วิญญาณของครอบครัวกลับไปฝังที่เมืองโคบานี เมืองที่ตกอยู่ในการแย่งชิงของฝ่ายต่างๆ เป็นแรมปี จนเหลือแต่ซากปรักหักพัง ก่อนหน้านี้ครอบครัวเคอร์ดีตั้งใจจะอพยพไปแคนาดา เพราะอัลดุลเลาะห์ผู้เป็นพ่อมีน้องสาวที่อพยพไปเป็นช่างทำผมที่เมืองแวนคูเวอร์เมื่อ 20 ปีก่อน แต่คำขอถูกปฏิเสธ เลยตัดสินใจขึ้นเรือจากตุรกีไปยุโรปโดยผ่านทางกรีซ แต่การเดินทางก็สิ้นสุดลงโดยเร็ว ภายหลังโศกนาฏกรรมมีบางประเทศที่เสนอจะรับอัลดุลเลาะห์เป็นผู้ลี้ภัย แต่เขาไม่รู้จะไปที่ไหนทำไม ในเมื่อครอบครัวไม่มีแล้ว

โศกนาฏกรรมของครอบครัวเคอร์ดี เป็นเคราะห์กรรมของคน 4 คนซึ่งพวกเขาไม่ได้ก่อ รวมทั้งไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ ระหว่างฝ่ายต่างๆ ทั้งในซีเรียเอง ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และระหว่างประเทศมหาอำนาจ ครอบครัวอีกจำนวนมากคงขอเพียงโอกาสที่จะใช้ชีวิตอย่างปกติ ในเมืองอันเป็นถิ่นที่เกิดของตน มาบัดนี้ต้องบ้านแตกสาแหรกขาด จากการประมาณการจำนวนประชากรของซีเรียพบว่าในปี 2556 มีประชากร 22.8 ล้านคน ในจำนวนนี้ ประมาณหนึ่งในห้าหรือกว่าสี่ล้านคนได้อพยพลี้ภัยไปต่างประเทศ ส่วนอีกหนึ่งในสามหรือประมาณ 7.6 ล้านคน เป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศของตนเอง รวมแล้วก็กว่าครึ่งที่ไม่สามารถอยู่อาศัยในถิ่นที่เกิดของตนได้ ต้องหนีภัยสงครามและความตายไปอยู่ที่อื่น ประเทศที่ต้อนรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ได้แก่ ตุรกี (1.8 ล้านคน) เลบานอน (1.17 ล้านคน) จอร์แดน (0.63 ล้านคน) อิรัก (0.25 ล้านคน) และอียิปต์ (0.13 ล้านคน) ที่เหลืออยู่ในประเทศอื่นๆ และเริ่มทยอยกันไปที่ยุโรป ซึ่งประเทศที่เปิดรับผู้ลี้ภัยมากกว่าเพื่อน ได้แก่ เยอรมนีและฝรั่งเศส

ภาพของไอย์ลันได้ช่วยปลุกจิตสำนึกของชาวยุโรป ให้ลดความกลัวว่าคนต่างชาติจะมาพึ่งพาอาศัยดินแดนของพวกเขามากเกินไป ภาพชาวเยอรมันจำนวนมากที่ออกมาต้อนรับผู้ลี้ภัยที่เพิ่งมาถึง ก็เป็นภาพที่น่าสะเทือนใจมากเช่นกัน ว่าน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ผู้ตกยาก ก็ยังคงมีอยู่ในหลายๆ คน

ขอเสนอข้อคิดเกี่ยวกับความรุนแรงบ้าง โจฮัน กาลตุง ให้นิยามว่า ความรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อมีช่องว่างระหว่างศักยภาพกับความเป็นจริง เช่น ถ้าในโลกของวันนี้มนุษย์มีศักยภาพ ซึ่งในกรณีนี้ก็คือความรู้ เทคโนโลยี ระบบสาธารณสุข ฯลฯ ที่จะช่วยให้มนุษย์มีอายุขัยเกินเจ็ดสิบห้าปี แต่ในความเป็นจริง ประชากรในประเทศยากจนหลายประเทศ มีอายุขัยเพียงห้าสิบปี แสดงว่ามีช่องว่างหรือมีความรุนแรงเชิงโครงสร้างเกิดขึ้น มีคำกล่าวของปรัชญาเมธีที่ชื่อ มาร์ติน ไฮเดกเกอร์ ซึ่งมีสาระคล้ายๆ กับคำกล่าวของกาลตุงดังนี้ “มนุษย์เป็นมากกว่าอย่างมากมายเสมอ เมื่อเทียบกับที่เขาอาจจะเป็นหากถูกลดทอนให้เป็นดังที่เขาเป็นอยู่”

ข้อเขียนของแซงแต็กซูเปรีอาจจะตรงกับกรณีที่เรากำลังพิจารณามากกว่า ในขณะที่เขาเดินผ่านขบวนรถนั่งชั้นสามที่พากรรมกรชาวโปแลนด์หลายร้อยคน ที่ถูกฝรั่งเศสเนรเทศให้กลับประเทศของตนอยู่นั้น เขาเล่าว่า “ฉันนั่งลงตรงหน้าหญิงชายคู่หนึ่ง ระหว่างเขาทั้งสองนั้น เด็กคนหนึ่งได้พยายามแทรกตัวเข้าไปและใช้ที่ตรงนั้นนอนซุกอยู่ ทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่นั้น เขาพลิกตัวและหันใบหน้าเข้าสู่แสงไฟที่เปิดไว้อย่างสลัวๆ โอ้! ใบหน้านั้นช่างน่ารักอะไรเช่นนี้ เชื้อสายของหญิงชายคู่นี้เป็นประหนึ่งผลไม้ทอง ผู้ที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตอันเทอะทะนี้ กลับเต็มไปด้วยความนิ่มนวล งดงาม ประทับใจ ฉันก้มลงไปมองหน้าผากที่เรียบและริมฝีปากที่บึ้งแต่ดูอ่อนโยนนั้น ฉันพูดกับตัวเองว่า นี่เป็นใบหน้าของนักดนตรี นี่คือโมสาร์ตเมื่อตอนเด็ก นี่คือความหวังอันสวยสดแห่งชีวิต เจ้าฟ้าน้อยๆ ในเทพนิยายคงไม่ต่างอะไรไปจากเขา ถ้าได้รับการปกป้องดูแลและอบรมอย่างดีละก็ โตขึ้นเขาจะเป็นอะไรไม่ได้เล่า ...แต่ทว่า...โมสาร์ตน้อยผู้นี้จะผ่านเข้าไปในเครื่องปั๊มเช่นเดียวกับคนอื่น โมสาร์ตจะชื่นชมอย่างสุดแสนอยู่กับดนตรีที่เสื่อมทรามในบรรยากาศที่เหม็นอับตามบาร์ สิ้นหวังเสียแล้วสำหรับโมสาร์ต...ในที่นี้ เป็นบางอย่างในฐานะส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ ไม่ใช่ในส่วนตัวที่รู้สึกเจ็บช้ำ ที่รู้สึกกระทบกระเทือน ...สิ่งที่ทำให้ฉันไม่สบายใจไม่ใช่ความยากแค้น...สิ่งที่ทำให้ฉันไม่สบายใจนั้น ไม่อาจรักษาได้ด้วยการแจกอาหาร สิ่งที่ทำให้ฉันไม่สบายใจนั้น ไม่ใช่รอยบุบรอยบวมหรือความน่าเกลียดน่าชัง แต่เป็นว่าในบุคคลเหล่านั้นส่วนหนึ่งที่เป็นโมสาร์ตได้ถูกทำลายไป”

เมื่อเห็นภาพของไอย์ลัน เรามองเห็นภาพของโมสาร์ตน้อยหรือไม่ เรามองเห็นภาพของโมสาร์ตน้อยที่ถูกทำลายไปหรือไม่ เห็นความรุนแรงที่กระทำต่อมนุษยชาติหรือไม่ ชาวกรุงเทพฯ จะสะเทือนใจก็แต่เหตุระเบิดอันทารุณที่สี่แยกราชประสงค์ คนในชายแดนใต้จะสะเทือนใจก็แต่ในเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ของตน แล้วเฉยเมยต่อชาวซีเรียหลายแสนที่สังเวยชีวิตให้แก่ความคลั่งไคล้ในอำนาจและผลประโยชน์ และอีกหลายล้านที่ต้องพลัดถิ่นที่อยู่ หรือว่าเรายังพอทำอะไรได้บ้าง เรายังเปิดใจให้กว้างขึ้นได้ต่อผู้พลัดถิ่นทั้งหลายจากประเทศเพื่อนบ้าน ต่อคนเชื้อสายมลายูที่ต้องอพยพจากชายแดนใต้ไปอยู่มาเลเซีย ต่อคนเชื้อสายไทยที่ต้องอพยพจากชายแดนใต้ออกนอกพื้นที่ เขาเหล่านั้นโดยเฉพาะเด็กๆ ผู้พลัดถิ่นล้วนมีศักยภาพ ขึ้นอยู่แต่ว่าเราจะช่วยกันเกื้อกูลศักยภาพนั้นหรือไม่ เพื่อให้งอกงามเป็นความจริง

แม้ไอย์ลันจะล่วงลับไปแล้ว ขอให้เธอไปอยู่กับพระอัลเลาะห์ตามความเชื่อของเธอเถิด และหากพระองค์ประสงค์เช่นนั้น ขอให้เธอจงสอนบทเรียนอันมีค่า และเปิดใจมนุษย์สู่เพื่อนมนุษย์ให้กว้างขึ้นเถิด

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI