
"สมยศ"ยันระเบิดราชประสงค์ไม่โยงก่อการร้ายข้ามชาติ
"สมยศ" โยนอัยการ แจง เหตุบึ้ม ราชประสงค์ ขึ้นศาลทหารหรือไม่ ยืนยันไม่เชื่อมโยงก่อการร้ายข้ามชาติ
"สมยศ" โยนอัยการ แจง เหตุบึ้ม ราชประสงค์ ขึ้นศาลทหารหรือไม่ ยืนยันไม่เชื่อมโยงก่อการร้ายข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีวางระเบิดแยกราชประสงค์ว่าจะสามารถจบลงที่นายอีซาน เป็นคนสุดท้ายหรือไม่ว่า การพูดถึงผู้บงการเป็นเรื่องยากที่จะให้ยืนยันตอนนี้ เพราะหลายอย่างที่เป็นข่าวก็ไม่ทราบที่มา เช่น ข่าวการจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมได้ที่ชายแดนภาคใต้อีก 2 คน ขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมจะให้พูดอย่างไร ตนจะตอบหรือยืนยันอะไรได้ก็ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน
ส่วนคดีนี้เป็นคดีก่อการร้ายหรือไม่นั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ไม่ใช่ก่อการร้ายข้ามชาติ มันเป็นเหตุก่อความรุนแรง แต่ไม่เชื่อมโยงก่อการร้ายข้ามชาติ การก่อการร้ายข้ามชาติ จะมีประเด็น หรือเงื่อนไขที่บอกว่าเป็นก่อการร้ายข้ามชาติ จะต้องมีองค์กรและกระบวนการ
เมื่อถามอีกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อกับประเทศ ของนายอิซาน ที่ถูก นายยูซูฟู ซัดทอด แล้วหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าเป็นชนชาติใดจะติดต่อประเทศไหน พวกที่ก่อเหตุบางครั้งไม่รู้จักกัน หรืออาจจะคุ้นหน้าแต่ไม่รู้จักว่าเป็นใคร ซื่ออะไร หรือแม้แต่ตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวสามารถยึดพาสปอร์ตได้ ก็เป็นของปลอม สิ่งที่พูดว่าเป็นชาตินั้นชาตินี้ จริงหรือไม่ก็ไม่ทราบ ถ้าไม่มีพยานหลักฐาน หรืออะไรมัดตัวได้จนปฏิเสธไม่ได้ เขาจะไม่พูด
"สิ่งที่ผู้ต้องสงสัยพูดอย่าเพิ่งเชื่อ อย่าใช้ความเร็วในการนำเสนอข่าว บางครั้งไม่ตรงกับความเป็นจริง อย่างแท็กซี่ที่เป็นพยานคนไทย วันหนึ่งพูดอย่าง วันหนึ่งพูดอีกอย่าง พอซักหนักเข้าบอกมึนจำอะไรไม่ได้ แล้วทีนี้ชาวต่างชาติบางทีไม่รู้จักด้วยว่าตรงนั้นชื่ออะไร ต้องเอาตัวไปสอบสวนให้ยืนยันว่าตรงนี้ใช่ไหม มันถึงต้องใช้เวลา การดำเนินคดี หรือการแจ้งข้อกล่าวหา ไม่ใช่แต่เพียงคำให้การหรือคำบอกเล่า แล้วเป็นที่ยุติ มันจะต้องมีพยานหลักฐานหลายๆอย่างมาประกอบกัน สิ่งที่ผู้ต้องหา ผู้ต้องสงสัย หรือพยานพูด บางครั้งเชื่อได้บ้าง เชื่อไม่ได้บ้าง อย่ารีบด่วนสรุป มันเป็นเรื่องที่ละเอียด ลึกลับซับซ้อน"ผบ.ตร.กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะดำเนินคดีดังกล่าวในศาลทหาร พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า นายกฯก็บอกแล้วว่าไม่จำเป็นต้องขึ้นศาลทหาร แต่หากมันเข้าหลักเกณฑ์ของศาลทหารก็ต้องขึ้น เพราะเป็นกรณีก่อเหตุรุนแรง ใช้วัตถุระเบิดอาวุธสงคราม ตนก็ไม่กล้าที่จะสรุป เพราะคนที่จะสรุปว่าจะขึ้นศาลไหนไม่ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ต้องดูสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งไปยังอัยการ แล้วอัยการจะเป็นผู้ชี้ว่าต้องขึ้นศาลไหน เมื่อถามว่าการขึ้นศาลทหารจะดีกว่าหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เลือกไม่ได้ว่าขึ้นศาลอะไรดีกว่ากันสุดท้ายต้องอยู่ที่กฎเกณฑ์กติกา ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าผู้ต้องสงสัยจะต้องขึ้นศาลไหน และไม่ทราบว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่เพราะกระบวนสอบสวนยังไม่ได้ข้อยุติ
เมื่อถามว่าขณะนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 11 ราย และจับกุมได้ 2 ราย จะสามารถสรุปสาเหตุได้หรือยัง พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ต้องให้ชัดเจนก่อน และต้องสอบปากคำทุกคนแล้วเอาพยานหลักฐานมาเชื่อมโยงกันว่าจะเป็นเรื่องใดก่อนถึงจะสรุป เพราะถ้ารีบด่วนสรุปอาจจะเสียหายผิดทาง ซึ่งหากผิดทางจะกระทบกับประเทศที่เราไปพูดถึงเพราะพาสปอร์ตก็ปลอม และไม่สามารถตรวจสอบจากประเทศต้นทางได้เพราะเขาไม่เกี่ยว
เมื่อถามว่าติดต่อ น.ส.วรรณา สวนสัน ได้หรือยัง พล.ต.สมยศ กล่าวว่า ตอนแรกบอกว่าอยู่ประเทศตุรกี ตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ที่ไหนตนก็อยากรู้ ส่วนจะต้องมีการจัดทนายความให้กับผู้ต้องสงสัย หรือไม่นั้น แล้วแต่ว่าเขาจะร้องขอมาหรือไม่ แต่คดีร้ายแรงต้องมีการจัดหาทนายให้ ซึ่งสภาทนายความ จะเป็นผู้ดำเนินการ







