ได้ฤกษ์จัดทัพ "อธิบดี" วางคนเข็นเศรษฐกิจ
การโยกย้ายรอบนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันใน 3 กระทรวง ว่า หลายตำแหน่งจัดคนไม่ตรงกับงานมากนัก
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
9 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำในกระทรวงด้านเศรษฐกิจในระนาบปลัดกระทรวงและอธิบดีหลายสิบตำแหน่ง
เซอร์ไพรส์สุดต้องเป็นการโอนย้าย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง มาเป็นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แทนที่ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ที่มีมติให้ไปนั่งปลัดกระทรวงพลังงานสัปดาห์ก่อน ถือเป็นการโยกมือการคลังมาบริหารการท่องเที่ยวที่กำลังสร้างรายได้ให้ประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนข้าราชการระดับอธิบดีก็มีการย้ายใหญ่ใน 3 กระทรวงหลัก เพื่อสนองงาน “รัฐมนตรี ครม.ตู่ 3” ให้เดินหน้าก่อนรัฐบาล คสช.สิ้นมนต์ขลัง
กระทรวงพาณิชย์มีการโยกย้ายสลับคนมาแก้ปมการส่งออก-ต้นทุนราคากับ “อภิรดี ตันตราภรณ์-สุวิทย์ เมษินทรีย์” สิบกว่าตำแหน่ง ที่น่าสนใจคือมีการสลับเก้าอี้กัน 4 ตำแหน่ง ได้แก่ มีมติให้ นันทวัลย์ ศกุนตนาค ไปเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสลับ มาลี โชคล้ำเลิศ มาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
โยก วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา มาเป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน สลับตำแหน่งกับ บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร
แต่งตั้ง สมชาติ สร้อยทอง จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นรองปลัดกระทรวง ขยับ ศิรินารถ ใจมั่น รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ขึ้นเป็นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
แต่งตั้ง บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ วิชัย โภชนกิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อรุณี พูลแก้ว รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และ อิทธิพงศ์ คุณากรบดินทร์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
เป็นที่น่าสังเกตว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ผู้ได้รับการแต่งตั้งส่วนใหญ่มาจากสายงานต่างประเทศและการเจรจาการค้า ซึ่งเป็นสายงานที่ ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวง และ อภิรดี รมว.พาณิชย์ เคยผ่านงานด้านนี้มาก่อน จึงรู้จักมักคุ้นคนในสายงานนี้มากกว่าสายงานภายในประเทศ จนกล่าวขานกันว่าเป็น “เจนีวาคอนเนกชั่น”
ที่สร้างความฮือฮาแก่ข้าราชการในกระทรวงมากสุด คือ การตั้ง ศิรินารถ ขึ้นเป็นอธิบดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการแต่งตั้ง ปัจฉิมา ธนสันติ จากรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นเป็นอธิบดีมา 1 ครั้ง
สำหรับกรณีของ บุณยฤทธิ์ ซึ่งถูกย้ายไปเป็นเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก แม้ถูกย้ายเพราะคุมราคาสินค้าไม่ได้ แต่เป็นตำแหน่งที่ “ได้” และการสลับ วิบูลย์ลักษณ์ มาทำหน้าที่อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นรอบที่สอง ก็ถือว่าได้คนรู้งานมาก่อน ลงมือคุยกับผู้ประกอบการได้ทันที และเชื่อว่าจะเข้ามาช่วยรัฐบาลคุมราคาสินค้า เนื่องจาก วิบูลย์ลักษณ์ มีคอนเนกชั่นที่ดีกับผู้ผลิตรายต่างๆ อีกทั้งยังสามารถปูทางเพื่อตำแหน่งใหญ่ในอนาคต โดยเฉพาะตำแหน่งปลัดกระทรวง
จะคุมราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้แค่ไหน และจะส่งเสริมให้เอกชนไทยส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศอย่างไร เป็นโจทย์ใหญ่ของมดงาน 3 อธิบดี
ที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีการแต่งตั้ง สมชาย หาญหิรัญ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และตั้ง ธวัช ผลความดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
สมศักดิ์ จันทรรวงทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ขณะที่ อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ถูกโยกเป็นรองปลัดกระทรวง ศักดา พันธ์กล้า ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นรองปลัดกระทรวง
งานใหญ่ที่รัฐมนตรี อรรชกา สีบุญเรือง ต้องฝ่าด่านคือ การส่งเสริมเอสเอ็มอีให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กับการแก้ปัญหามาตรฐานสินค้าเหล็ก และการแก้ปัญหาอ้อยน้ำตาล ถูกโยนไปในมืออธิบดีคนใหม่ทั้งสิ้น
ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอีกกระทรวงที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายนับสิบตำแหน่ง หลังเปลี่ยนรัฐมนตรีใหม่และมีคนเกษียณจำนวนหนึ่ง งานนี้มีเซอร์ไพรส์ เมื่อมีการย้าย เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ผู้ที่ชื่อว่าเป็นลูกรัก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ และเคยเป็นตัวเต็งปลัดกระทรวง ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ บริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง และ โอภาส กลั่นบุศย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นรองปลัดกระทรวง
โดยมีการแต่งตั้ง สุรพงษ์ เจียสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร วิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมประมง สมชาย ชาญณรงค์กุล รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร อภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมหม่อนไหม สมปอง อินทร์ทอง รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นอธิบดีกรมการข้าว
และที่เซอร์ไพรส์คือการโยก เลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ไปเป็นอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ข้าราชการพูดกันว่าศรศิลป์ไม่กินกัน เพราะหลายครั้ง เลอศักดิ์ ขัดคอผู้ใหญ่ในเรื่องนโยบาย
ตั้ง ดุจเดือน ศศะนาวิน ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และที่เท้าบวมคือ สุรเดช เตียวตระกูล ผู้ตรวจราชการกระทรวง ก้าวเป็นอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน
อย่างไรก็ตาม มีการแขวนตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานและอธิบดีกรมปศุสัตว์ไว้ 2 ตำแหน่ง
อธิบดีกรมชลประทานถือเป็นอีกตำแหน่งสำคัญ เพราะเป็นหน่วยงานยุทธศาสตร์หลักของกระทรวงสำหรับการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ ยิ่งโดยเฉพาะปี 2559 มีแนวโน้มจะต้องเผชิญภัยแล้งสาหัสอีกรอบ ทำให้ พล.อ.ฉัตรชัย ต้องการคนที่รู้มือรู้ใจมาทำงาน ซึ่งแคนดิเดตตำแหน่งนี้มาดูแลเรื่องน้ำหลายแสนล้านบาท
ตอนแรกมีข่าวสะพัดทั้งราชดำเนินว่าจะมีการขอโอน จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ข้ามห้วยจากกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมานั่งตำแหน่งนี้ แต่ล่าสุด พล.อ.ฉัตรชัย ยืนยันแล้วว่าจะไม่ดึงตัวคนนอกมาเป็น และจะพิจารณาจากคนในกระทรวง
นั่นหมายถึงว่า สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน มือทำงานตัวจริงและรู้เรื่องแผนยุทธศาสตร์น้ำ มีโอกาสเติบโตในอนาคต
แม้จะมีการวิเคราะห์กันว่าคนที่เหมาะเป็นอธิบดีกรมชลประทานมากที่สุด คือ เลอศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่เป็นลูกหม้อกรมชลประทาน มีความรู้และประสบการณ์ที่จะเข้ามาปรับปรุงระบบชลประทานของประเทศที่มีปัญหาหนักหน่วงหลังจากแล้งหนักติดต่อกันได้ดี แม้แต่นักวิชาการในวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) ก็ยังให้การยอมรับในแนวคิดวิธีการทำงาน
แต่เผอิญว่าเจ้านายไม่ปลื้ม จากการไม่สนองนโยบายปาล์มน้ำมัน สมัยที่เจ้านายนั่งอยู่กระทรวงพาณิชย์ จึงถูกย้ายไปทำฝนหลวง
อย่างไรก็ตาม การโยกย้ายรอบนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันใน 3 กระทรวง ว่า หลายตำแหน่งจัดคนไม่ตรงกับงานมากนัก
งานหนักจึงตกอยู่ที่รัฐมนตรีและอธิบดีมือใหม่ที่จะต้องโชว์ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เข้าข่ายอัตคัดขัดสน คนจนลงทั่วประเทศ


