posttoday
"จรัญ" ชงตั้งศาลพาณิชย์ในไทย

"จรัญ" ชงตั้งศาลพาณิชย์ในไทย

08 กันยายน 2558

"จรัญ" เสนอตั้งศาลพาณิชย์ขึ้นในไทย ชี้ระบบศาลไทยต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ระบุงานยุติธรรมกระจัดกระจาย-ไม่เป็นไปเพื่อค้ำชูประเทศ

"จรัญ" เสนอตั้งศาลพาณิชย์ขึ้นในไทย ชี้ระบบศาลไทยต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ระบุงานยุติธรรมกระจัดกระจาย-ไม่เป็นไปเพื่อค้ำชูประเทศ

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "กฎหมายกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม : ความท้าทายต่อกระบวนการยุติธรรมไทย" ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม และมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร ตอนหนึ่งว่า ต้องมีการปฏิรูประบบกฎหมายทั้งหมด แต่ก็เป็นเรื่องยากเพราะขาดพลังขนาดใหญ่ เรายังขาดศูนย์รวมที่จะดูและระบบยุติธรรมและกฎหมายของประเทศ ศาลก็ดูแลเฉพาะศาล ไม่ได้ดูแลกระบวนการยุติธรรมและระบบกฎหมายทั่วประเทศ และศาลก็ยังกระจัดกระจาย เช่น ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง เป็น ซึ่งมีเขตอำนาจหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีสำนักงานอัยการ และสำนักงสานตำรวจแห่งชาติ

นายจรัญกล่าวว่า ในทางสากลกระทรวงยุติธรรมต้องเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องกระบวนการยุติธรรมและระบบกฎหมายทั้งหมด แต่ไทยกลับไม่มีช่องทางใดๆ ให้กระทรวงยุติธรรมเข้าไปดูแลงานตำรวจ ศาล อัยการ หรือแม้แต่ทนายความได้ ทำได้เพียงการบังคับคดีหรือเต็มเติมงานของตำรวจคือมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และขณะนี้สภาวะแวดล้อมของระบบความยุติธรรม ทั้งสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ อยู่ในสภาวะเลวร้าย การเมืองมีความแตกแยก เพราะมีความคับแคบ เหลวแหลก แปลกปลอม ไม่มีความสมัครสมานในทางการเมือง ไม่เฉพาะแค่สองฝ่าย มีเล็กๆ น้อยๆ ย่อยๆ อีกมาก คนที่เข้ามาสู่การเมืองไม่ได้มีอัตตาเป็นประเทศไทย ได้แต่คนที่มีอัตตาดูแลเขตเลือกตั้ง จังหวัด หรือภาคของเขา รวมทั้งพรรคการเมือง

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า หากได้คนที่เข้ามามีอัตตาเป็นประเทศ หรือมีประเทศทั้งประเทศเป็นอุดมการณ์ ความแตกแยกก็จะไม่ทรงพลัง จะไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบกันอย่างที่เป็นมา ไม่เพียงความคับแคบเท่านั้น แต่ยังมีคามเหลวแหลก เห็นเรื่องทุจริตฉ้อฉลเป็นเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ เป็นเรื่องที่อภัยกันได้ และได้แทรกไปอยู่ในทุกองค์กรของไทย ปล่อยปละละเลยให้คนเกเรแปลกปปลอมเข้ามาทำลายสถาบันของเราเอง

นายจรัญกล่าวว่า ข้าราชการที่ถูกไล่ออกเพราะทุจริต ไม่ทันไรได้รับการเลือกตั้งให้ไปเป็น ส.ส.ของพรรคการเมืองใหญ่ แสดงว่าพรรคการเมืองไม่มีระบบการคัดกรอง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องยากมากสำหรับระบบราชการที่จะเอาคนออกจากระบบได้ง่ายๆ การเมืองต้องช่วยคัดกรองคน ไม่ใช่ปล่อยคนเหล่านั้นกลับมาอยู่บนหัวข้าราชการ อย่าปล่อยให้คนที่มีแนวคิดสุดโต่งหรือหัวรุนแรงเข้ามามีบทบาทในทางการเมือง อย่าปล่อยให้คนมีความสามารถในการฉ้อฉลเข้ามาสู่การเมือง คนในแวดวงการเมืองเท่านั้นที่พอจะคัดกรองได้

นายจรัญกล่าวว่า ระบบเศรษฐกิจยังกระจุกตัว ทำให้คนกลุ่มหนึ่งใช้เศษเงินฟาดหัวซื้อศักดิ์ศรีคนไทย แต่ก็มหาศาลสำหรับคนรับจนพูดอะไรไม่ออก ส่งผลเสียหายต่อสังคมและวัฒนธรรม ตกต่ำ เหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม แข่งขันไม่ได้ ไปกว่าคำว่าทุนสามานย์ ปัจจุบันคือทุนหายนะ ทุนผูกขาดัดตอน ทุนเล็กไม่สามารถเข้าไปแข่งขันได้ ระบบเศรษฐกิจไทยจึงอ้วนแต่ไปสู้กับคนข้างนอกไม่ได้ เพราะเคยชินอยู่กับการกินอยู่สบายภายใต้ความถูกต้องตามกฎหมาย เกิดกรณีคนไทยขายตัว เรียกคนอื่นๆ ว่า "นาย" "ป๋า" ศักดิ์ศรีพวกเราหายไหนหมด พวกเรามีนายคนเดียวที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ แต่ขณะนี้คนไหนให้ประโยชน์ก็เรียกยินยอม โดยไม่คำนึงว่านายได้ทำความเสียหายอย่างไรให้ประเทศ เราเต็มไปด้วยนักซื้อเต็มประเทศ ไม่มีนักคิดนักพัฒนาสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา

นายจรัญกล่าวว่า เรามี สปช.แต่ สปช.บางกลุ่มกลับเสนอให้มีบ่อนเสรี ซี่งไม่ใช่ธรรมชาติของคนที่จะมาคิดปฏิรูประเทศชาติ ในแวดวงยุติธรรมถ้ามีการซื้อขายตำแหน่ง ถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อสังคม ค่าคอมมิสชั่นคือการฉ้อฉลที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของระบบราชการไทย เพราะมีแนวคิดว่าอย่าฉ้อฉลมากเพียง 5-10 เปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอแล้ว สิ่งที่เลวร้ายนำไปสู่สิ่งเลวร้ายอื่นๆ ในประเทศก็คือการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้ง เพราะคนเหล่านี้มองไปถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป มีการถอนทุนนำไปสู่ความเหลวแหลกในระบบราชการและความยุติธรรม  มีการหาเงินส่วยกันเป็นทอดๆ

"ระบบงานยุติธรรมต้องค้ำชูประเทศ เคยมีคำขวัญนี้สำหรับประเทศไทยหรืออาจเรียกได้ว่าอุดมการณ์ของประเทศในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ปัจจุบันหายไปหมดแล้ว และเราไม่เคยสอนนักเรียนกฎหมายเป็นไปเพื่อประชาชน" นายจรัญกล่าว

นายจรัญกล่าวว่า เราต้องพัฒนาให้ระบบงานยุติธรรมทั้งระบบให้เป็นอิสระ เป็นกลาง บริสุทธิ์ ยุติธรรม เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เรายังไม่ได้สร้าง เช่นที่แพทย์มีแพทย์เฉพาะทาง และยังมีประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอีกด้วย ระบบศาลมีศาลเฉพาะด้านอยู่ในขณะนี้ ก็ต้องบอกว่ายังไม่เชี่ยวชาญจริงๆ โดยเฉพาะด้านพาณิชย์ ที่หนีไม่พ้นปรัชญาความยุติธรรมทางแพ่ง ซึ่งการเกิดเออีซีจะเป็นตัวผลักดันให้เกิดศาลพาณิชย์ในประเทศไทย ต้องทำให้เกิดกฎหมายพาณิชย์ เพราะแม้แต่สัญญาการซื้อขายระหว่างประเทศก็ยังไม่มี ทำสัญญาซื้อขายผ่านสัญญาชาวบ้านตามประมวลกฎหมายแพ่งเท่านั้น

นายจรัญกล่าวว่า ศาลสิ่งแวดล้อมก็เป็นไปอย่างสะเปะสะปะ มีทั้งฟ้องต่อศาลปกครองและศาลลแขวงทั้งๆ ที่สิ่งแว้ดล้อมเป็นสิ่งสำคัญของชาติ เราจึงจำเป็นต้องมีระบบศาลเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกิดขึ้น ซึ่งวันนี้ตำรวจ อัยการ และทนายความได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนำหน้าศาลไปแล้ว ระบบยุติธรรมต้องทั่วถึง ไม่ช้า ไม่แพง ทรงประสิทธิภาพ ไม่ยอมเป็นทาสฝ่ายใด คนในระบบยุติธรรมต้องบริสุทธิ์และยุติธรรม อย่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ต้องส่งผลประโยชน์ให้กับสังคมได้ ไม่ใช่เอาเฉพาะกฎหมายเท่านั้น ไม่ถูกบิดเบือนให้ตรงข้ามกับความเป็นจริง ตราบที่เรายังวินิจฉัยตามข้อกฎหมาย แต่บิดเบือนข้อเท็จจริงก็คือการทำลายศักยภาพระบบงานยุติธรรมที่รากฐาน สิ่งที่ชั่วร้ายที่สุดคือการเอาคนชื่อซ้ำนามสกุลซ้ำหรือหน้าตาเหมือนกันมาดำเนินดคีอาญา การจับได้เฉพาะแมลงหมี่แมลงวัน แต่คนชั่วลอยนวลไปได้ เพราะตัดตอนให้คนเล็กถูกดำเนินคดี คนใหญ่หนีไปต่างประเทศและยังมีบารมีในเมืองไทยได้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน