
คว่ำรัฐธรรมนูญกระทบเศรษฐกิจไทย
ภายหลังมีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 135 เสียง ต่อ 105 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียง ส่งผลให้แนวทางทางการเมืองของไทยเป็นที่จับตามองจากนักวิเคราะห์ต่างชาติมากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ภายหลังมีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 135 เสียง ต่อ 105 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียง ส่งผลให้แนวทางทางการเมืองของไทยเป็นที่จับตามองจากนักวิเคราะห์ต่างชาติมากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวถูกปรับตกไป จะมีผลยืดอายุการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ออกไปอีก 2 ปี และคาดว่าจะมีการคัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ภายในเดือน ต.ค.นี้ การทำประชามติสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจจัดขึ้นในเดือน ก.ย.หรือ ต.ค. ปี 2016 ซึ่งจะส่งผลให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปอีกถึงกลางปี 2017 หรืออีกประมาณ 2 ปี
เทอนิโอ อินทิลิเจนท์ องค์กรที่ให้คำปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมือง กล่าวว่า สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา อันเป็นผลกระทบจากความไม่มั่นคงทางการเมืองอาจมีผลสืบเนื่องต่อไปอีก 2-3 เดือน
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของ โนมูระ ซิเคียวริตี้ เห็นด้วยกับเทอนิโอ อินทิลิเจนท์ พร้อมทั้งเสริมว่า การยืดระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ออกไปอีก 2 ปี จะเป็นการเพิ่มเวลาให้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ที่นำทีมโดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้มีเวลาในการจัดการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในระยะสั้น
“แต่หากมองในระยะยาวความไม่มั่นคงทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม” นักเศรษฐศาสตร์ของ โนมูระ ซิเคียวริตี้ กล่าว
อีกทั้งนักเศรษฐศาสตร์คนดังกล่าวคาดหวังว่าปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เช่น การส่งออกสินค้า ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของระบบเศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตที่ต่ำ และการลงทุนจากภาคเอกชนที่หดตัวจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต
สภาวะทางการเมืองที่ไม่แน่นอน ยังอาจส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายของภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจากนักลงทุนต่างชาติและกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภาคครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คนดังกล่าว แสดงความเห็นว่า ในอดีตที่ผ่านมา เคยมีสถานการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ ซึ่งประเด็นทางการเมืองมักจะถูกจัดอันดับความสำคัญไว้เป็นอันดับแรก ในขณะที่ประเด็นทางเศรษฐกิจ ซึ่งรวมไปถึงการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และโครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มักจะถูกจัดอันดับความสำคัญไว้ในลำดับต่อไปหรือลำดับท้ายๆ
นับตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน ค่าเงินกองทุนของกองทุนอีทีเอฟ ซึ่งเป็นกองทุนค่าเงินสหรัฐที่ลงทุนในหุ้นไทย (ทีเอชดี) ปรับตัวลดลง 16.3% ในขณะเดียวกันค่าเงินบาทปรับตัวลดลง 9% และดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยลดลง 8.5%
ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ในการจัดการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่เป็นผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ







