posttoday
จับตาครม.ใหม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

จับตาครม.ใหม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

03 กันยายน 2558

เหตุระเบิดราชประสงค์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างมาก โดยรายได้จากอุตสาหกรรมดังกล่าวคิดเป็น 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้คาดการณ์ว่า การเติบโตของจีดีพีในปี 2015 จะลดลงจาก 3-4% เป็น 2.7-3.2%

เหตุระเบิดราชประสงค์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างมาก โดยรายได้จากอุตสาหกรรมดังกล่าวคิดเป็น 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้คาดการณ์ว่า การเติบโตของจีดีพีในปี 2015 จะลดลงจาก 3-4% เป็น 2.7-3.2%

หลังเกิดเหตุดังกล่าว ไทยได้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ นำโดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวหน้าทีมคนใหม่ โดยที่ผ่านมาสมคิดเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ทีมเศรษฐกิจใหม่ประกอบไปด้วยทีมงานที่เคยร่วมงานกันมาก่อน เช่น อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง อุตตม สาวนายน จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สุวิทย์ เมษินทรีย์ จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ และออมสิน ชีวะพฤกษ์ จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยคมนาคม เป็นต้น

ดิ เอสทาบลิชเมนท์ โพสต์ เว็บไซด์ข่าวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า การปรับ ครม.จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นจากต่างชาติได้ โดยก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจว่า ประชาชน 47.6% มอง ครม.ชุดใหม่ดูดีกว่าชุดเก่า และ 65.8% เชื่อว่า ยิ่งทหารมีบทบาทใน ครม.น้อยเท่าไร ยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือต่างชาติเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ประชาชน 65% มีความมั่นใจในทีมเศรษฐกิจชุดใหม่จะสามารถจัดการปัญหาทางเศรษฐกิจได้ สอดคล้องกับ 54% ที่เชื่อมั่นว่า สภาพเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม 3 ประเด็นแรกที่ประชาชนต้องการให้แก้ไขโดยด่วน คือ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น และการสร้างความเชื่อมั่นในภาคการท่องเที่ยว และประเด็นอื่นๆ เช่น การบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา หนี้ครัวเรือน ภาวะภัยแล้งที่ส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม ค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น และการขาดแคลนแรงงานฝีมือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชน เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน ดิ เอสทาบลิชเมนท์ โพสต์ ยังแสดงทัศนะอีกด้วยว่า ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ต้องเร่งดำเนินการโดยด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ เช่น เร่งให้เกิดการใช้จ่ายภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานที่มีขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและเพิ่มการใช้จ่ายของภาคประชาชน

นอกจากนี้ ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ควรเพิ่มความสามารถในการส่งออก โดยเน้นแผนระยะยาวสำหรับการยกระดับอุตสาหกรรม การวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) รวมไปถึงเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสนับสนุนทางเทคนิคแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)

ในส่วนของการลงทุนจากต่างชาตินั้น ต้องมีการปรับเปลี่ยนข้อจำกัดสัดส่วนการลงทุนจากต่างชาติให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนและฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากต่างชาติ รวมไปถึงการกำหนดพื้นที่ทางเศรษฐกิจ พื้นที่การค้าชายแดน และเขตอุตสาหกรรม เพื่อการวางแผนการลงทุนในอนาคต

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ว่าจะสามารถแก้ไขสภาวะเศรษฐกิจของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นจากต่างชาติได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้