
พท.ซัดรธน.ฉบับกดหัวประชาชนจี้สปช.คว่ำร่างฯ
แกนนำพท. เปิดพรรค แถลงจุดยืน หนุนสปช.คว่ำร่างรธน. 6ก.ย. ซัด เป็นฉบับกดหัวประชาชน สร้างความเสียหายประเทศ
แกนนำพท. เปิดพรรค แถลงจุดยืน หนุนสปช.คว่ำร่างรธน. 6ก.ย. ซัด เป็นฉบับกดหัวประชาชน สร้างความเสียหายประเทศ
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เวลา 11.50 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยร่วมกันแถลงข่าวย้ำจุดยืนในการคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ รักษารองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย และนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการยกร่างรัฐธรรมนูญ
นายสามารถ ได้อ่านแถลงการณ์ ว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอความคิดเห็นของสมาชิกและวิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญว่าเป็นฉบับกดหัวประชาชน เนื่องจากเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่มิได้ให้ความเคารพในอำนาจของประชาชน อำนาจที่แท้จริงกลับตกอยู่กับองค์กรและกลุ่มบุคคลที่ได้สร้างกลไกเพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจและไร้การตรวจสอบ ประชาชนขาดสิทธิและโอกาส เป็นการทำลายหลักการอันดีงามที่ประเทศเคยยึดถือและตกผลึกทางความคิดโดยการยอมรับจากประชาชนแล้ว หากผลของร่างรัฐธรรมนูญจะทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ บริหารประเทศไม่ได้ เศรษฐกิจของประเทศจะยิ่งตกต่ำ และจะนำพาประเทศไปสู่ความขัดแย้งในทุกระดับ ยากที่จะกลับคืนสู่สันติสุขได้ เป็นที่น่าห่วงใยว่าประเทศชาติจะตกอยู่ในวงจรอุบาทว์อย่างไม่สิ้นสุด
นายสามารถ กล่าวอีกว่า หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เผยแพร่สู่สาธารณชน มีการวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความเห็นโดยสุจริต ทั้งจากพรรคการเมือง นักวิชาการ สถาบันการศึกษา ประชาชนและสื่อมวลชนโดยทั่วไป ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นอกจากจะไม่มีความเป็นประชาธิปไตยแล้ว ยังมีเนื้อหาที่นำพาประเทศถอยหลังไปจากเดิมจนเป็นการย้อนยุค มีลักษณะเป็นการสืบทอดอำนาจ สร้างรัฐซ้อนรัฐ อำนาจของประชาชนถูกเหยียบย่ำ จึงเป็นที่คาดหมายได้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ แม้จะผ่านความเห็นชอบของ สปช. ก็มีแนวโน้มที่จะไม่ผ่านประชามติจากประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจต้องสูญเปล่าทั้งในแง่ของกระบวนการยกร่างและงบประมาณแผ่นดินที่ต้องนำมาใช้ถึงกว่า 3,000 ล้านบาทในการยกร่างและจัดทำประชามติ พรรคเพื่อไทยจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันไตร่ตรอง คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และหาทางแก้ไข โดยมีข้อเสนอดังต่อไปนี้
1) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งจะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในวันที่ 6 กันยายน 2558 ควรแสดงความรับผิดชอบและแสดงบทบาทในวาระสำคัญด้วยวิจารณญาณที่ปรารถนาจะเห็นประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อระงับยับยั้งมิให้ประเทศก้าวไปสู่วิกฤต โดยการลงมติไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสีย ซึ่งจะส่งผลให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่หลายๆ ฝ่ายสามารถที่จะยอมรับได้
2) หากกรณีมิได้เป็นไปตามข้อ 1 โดย สปช.ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าปัญหารัฐธรรมนูญที่พยายามจะยัดเยียดให้ประชาชนโดยขาดการมีส่วนร่วมอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะร่วมคิดหรือร่วมร่าง จะเป็นต้นเหตุของการนำชาติเข้าสู่ภาวะแห่งความขัดแย้ง นำชาติดำดิ่งสู่วงจรอุบาทว์ รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยจะส่งผลต่อความเชื่อถือของประเทศในสังคมโลก ในที่สุดจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศ
ทั้งนี้นายสามารถ ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า การออกมาแถลงครั้งนี้ไม่ได้ขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) หรือไม่ต้องขออนุญาตใคร มานั่งกันแค่ 4คน และที่ผ่านมาได้แถลงการณ์และได้ยื่นข้อเสนอต่างๆไปหลายครั้งแล้ว และครั้งนี้เพียงแค่ต้องการย้ำย้ำจุดยืนของพรรคเพื่อไทยก่อนถึงวันที่6 ก.ย. ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จะลงโหวตลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเห็นของพรรคเพื่อไทยไม่ตรงกับความเห็นของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย จะเกิดความขัดแย้งกันอีกหรือไม่ พล.ต.ท.วิโรจน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับนายสุเทพ เพราะนี่คือจุดยืนของพรรคเพื่อไทยซึ่งสิทธิส่วนบุคคลที่จะแสดงความคิดเห็นต่างๆ
เมื่อถามว่า จากการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. สนับสนุนให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปรองดองและการปฏิรูปแห่งชาติ(คปป.) นายสามารถ กล่าวว่า นายกฯ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ละความเห็นเป็นเรื่องความเห็นของแต่ละบุคคล แต่ความเห็นของนายกรัฐมนตรีอาจจะมีน้ำหนักที่จะสามารถชี้นำได้ ทั้งนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราย้ำจุดยืนของเรามาโดยตลอด ที่ยืนหยัดว่าไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม ตนยังเชื่อว่า สปช.ยังมีวิจารณญาณว่าจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าผ่านแล้วอะไรจะเกิดขึ้น แต่เสียงที่ก้ำกึ่งของ สปช.แสดงให้เห็นว่า สปช.เริ่มคิดได้แล้ว
นายสามารถ กล่าวอีกว่า เมื่อผ่านขั้นตอนสปช.ในวันที่6ก.ย.ไปแล้ว เพื่อไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติ เมื่อถึงช่วงนั้นต้องดูว่าจะมีปัญหา อุปสรรคอะไรหรือไม่เพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ออกมาบอกแล้วว่า ห้ามรณรงค์กับประชาชน แม้กระทั่งการส่งข้อความผ่านไลน์ อะไรต่างๆก็ทำไม่ได้ เมื่อถึงช่วงนั้น พรรคก็อาจเรียกร้องไปยังคสช.ขอให้เปิดกว้างให้พรรคการเมืองได้รณรงค์พูดจารัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ได้เป็นการยุยงส่งเสริมให้มีการล้มล้างรัฐบาล เพียงแต่อยากให้ประชาชนได้รับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน
ถามว่าแนวโน้มร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำในชั้นสปช.น่าจะดีกว่าคว่ำตอนลงประชามติ นายสามารถกล่าวว่า หากไปถึงช่วงการทำประชามติก็ต้องเสียงบประมาณ 3พันล้านบาท เมื่อไปถึงช่วงนั้นถ้าให้ข้อมูลไม่รอบด้านเป็นประโยชน์กับประชาชน อย่างที่ นายวิษณุ บอก การส่งข้อความสั้นหรือเอสเอ็มเอส ส่งข้อความผ่านไลน์ จะมีความผิดแล้วจะทำอย่างไร ส่วนท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อยากให้สปช.โหวตคว่ำรัฐธรรมนูญนั้น เราคงไม่ได้ไปร่วมมือด้วย เพราะถือเป็นความคิดเห็นของนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่รู้ว่าท่าทีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส.ที่ออกมาสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะทำให้นายอภิสิทธิ์เปลี่ยนใจไปแล้วหรือยัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ จุดยืนของพรรคเพื่อไทยจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายสามารถกล่าวว่า รอให้ถึงวันนั้นก่อน แล้วค่อยมาพูดกันอีกที หากพูดไปวันนี้เดี๋ยวนายกฯ จะให้จดจำคำพูดเอาไว้อีก







