posttoday
‘ดร.ปราการเกียรติ’ ล่าฝัน สร้างหุ่นยนต์ดูแล ‘ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วย’

‘ดร.ปราการเกียรติ’ ล่าฝัน สร้างหุ่นยนต์ดูแล ‘ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วย’

30 สิงหาคม 2558

เป็นแรงผลักดันให้เด็กรุ่นใหม่สนใจสร้างหุ่นยนต์และคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ให้แก่ประเทศไทยกับ “ดร.ปราการเกียรติ ยังคง”

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

เป็นแรงผลักดันให้เด็กรุ่นใหม่สนใจสร้างหุ่นยนต์และคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ให้แก่ประเทศไทยกับ “ดร.ปราการเกียรติ ยังคง” อาจารย์ประจำสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ผลิตหุ่นยนต์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุได้สำเร็จ และกวาดรางวัลจำนวนมาก

“ดร.ปราการเกียรติ” เปิดเผยว่า ความสนใจเรื่องผลิตหุ่นยนต์เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่มีความสนใจต่อวิชาวิทยาศาสตร์สูงมาก และจากแรงผลักดันดังกล่าว ทำให้ได้รับทุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปศึกษาต่อต่างประเทศในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่ประเทศสหรัฐ

หลังจากนั้นก็ได้รับทุนปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเมื่อเรียนจบก็มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ที่ มจธ.เป็นระยะเวลากว่า 7 ปีแล้ว พร้อมกับเริ่มพัฒนาหุ่นยนต์ออกมา

แรงบันดาลใจในการพัฒนาหุ่นยนต์มาจากสิ่งที่อยู่รอบตัวและเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้สนใจสร้างเครื่องมือที่จะช่วยผู้คนที่กำลังประสบปัญหา และหุ่นยนต์ก็สามารถตอบโจทย์แก้ปัญหานี้ได้ โดยปัญหาของประเทศไทยที่กำลังประสบคือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น และเมื่อไปตามโรงพยาบาลจะพบว่าผู้สูงอายุจะมีปัญหาด้านสุขภาพต่างๆ จึงได้ร่วมมือกับทีมแพทย์ใน โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อคิดค้นหุ่นยนต์ช่วยผู้สูงอายุ

หุ่นยนต์แรกคือ SensibleTAB : หุ่นยนต์ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวแขน นำมาใช้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจำนวนมากกว่า 3,000 ราย ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลสำโรงการแพทย์แล้ว ซึ่งหุ่นยนต์ที่คิดค้นได้สำเร็จยังส่งผลดีต่อประเทศไทยที่ไม่ต้องนำเข้าหุ่นยนต์จากต่างประเทศที่มีราคาสูงมาก ถือว่าหุ่นยนต์ที่คิดค้นมีราคาถูกกว่าต่างประเทศประมาณ 3-4 เท่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ มาจากการร่วมมือเป็นทีมงานของแพทย์ในโรงพยาบาลรามาธิบดี และทีมงานทั้งหมดที่ช่วยคิดค้น

ต่อมาคือ หุ่นยนต์ TailGait ระบบวิเคราะห์การเดินแบบโมดูลาร์ ที่สามารถนำมาใช้กับผู้ที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวจำนวนมากกว่า 100 ราย ที่โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ โรงเรียน ศรีสังวาลย์ ชุมชนผู้สูงอายุวัดบางนางเกรง ถือเป็นหุ่นยนต์ที่มีราคาถูกกว่านำเข้าจากต่างประเทศหลายเท่า โดยการคิดค้นทั้งหมดมาจากการร่วมมือของทีมงานและทีมแพทย์ทุกคน ซึ่งหุ่นยนต์ทั้งสองต่างได้รับรางวัลมากมาย

ดร.ปราการเกียรติ กล่าวว่า การได้รับรางวัลไม่ใช่สิ่งที่ภูมิใจที่สุด แต่สิ่งที่ภูมิใจมากที่สุดคือสามารถนำหุ่นยนต์ไปใช้ได้จริง และนำไปช่วยผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพได้ มีผลทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นได้อย่างแท้จริง เมื่อได้เห็นภาพนี้ พูดไม่ออกเลย และมีความสุขที่ได้ทำออกมาจนสำเร็จ

อีกทั้งตลอดที่เป็นอาจารย์ก็แนะนำนักศึกษาทุกคนว่า ทุกคนสามารถคิดค้นและพัฒนาสร้างหุ่นยนต์ได้ แต่สิ่งที่นักศึกษาทุกคนต้องมีคือ 1.รักในสิ่งที่ทำ และอยากทำอย่างแท้จริง จะเป็นแรงผลักดันให้ทำออกมาได้สำเร็จ และ 2.ทุกคนต้องมีวินัยและทำงานเป็นทีม เพราะทีมเวิร์กเป็นสิ่งสำคัญมากและขาดไม่ได้เลย หากปราศจากทีมงานที่พร้อมทำงานไปด้วยกัน

“หลายครั้งที่ร่วมกันทำงาน เกิดข้อผิดพลาด หรือไม่สำเร็จ ทีมเวิร์กก็ต้องให้กำลังใจกันและกัน พร้อมปรับแก้ไข และลองทำใหม่ แม้บางครั้งเรื่องที่ทำจะยากมาก ท้ายที่สุดทุกอย่างอยู่ที่เราจะรักสิ่งที่เราทำพอไหม ถ้าเรารักสิ่งที่เราทำ แม้จะเกิดปัญหา อุปสรรค เราก็จะฝ่าฟันทำออกมาได้” ดร.ปราการเกียรติ กล่าว 

ที่ผ่านมาหลายคนมีข้อสงสัยว่า ถ้าเรียนในสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม จบมาแล้วจะทำงานด้านใด แต่เขาก็ทำลายกำแพงตรงนี้ได้ พิสูจน์ได้ว่าหุ่นยนต์ทำออกมาและใช้งานได้จริง ที่สำคัญยังช่วยผลักดันให้นักศึกษาที่เรียนรวมกลุ่มจัดตั้งบริษัทเพื่อผลิตหุ่นยนต์ โดยมีนักศึกษาที่เรียนจบแล้วรวมกลุ่มจัดตั้งบริษัทประมาณ 2 บริษัท ล่าสุดหนึ่งในบริษัทดังกล่าวได้ร่วมมือกับบริษัท สุพรีม ไฮทีร่า ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คิดค้นหุ่นยนต์ลำเลียงยาอัตโนมัติ บีไฮฟ์1 (B-Hive1)

“เป็นโมเดลที่ช่วยพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยี ที่ต้องให้มีการร่วมมือระหว่างเอกชน เอกชนมีโจทย์มีปัญหา ต้องมาคิดร่วมกัน และพัฒนาออกมา ทำให้นักศึกษาที่เรียนอยู่มีงานทำ ต่อไปจะมีบีไฮฟ์รุ่นใหม่ออกมาเร็วๆ นี้ อีกทั้ง 100% ของนักศึกษาที่เรียนอยู่ทุกคนทำงานแล้วทั้งหมด และที่ มจธ.ก็สนับสนุนการสร้างหุ่นยนต์สูงมาก” ดร.ปราการเกียรติ กล่าว

อีกทั้งเป็นสัญญาณที่ดีมาก ที่เด็กรุ่นใหม่สนใจเรียนสาขานี้เพิ่มมากขึ้น ทุกคนพร้อมเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในประเทศไทย สร้างเครื่องมือผลิตหุ่นยนต์ เชื่อว่าอนาคตของประเทศไทยในช่วง 5-10 ปีข้างหน้านี้จะเปลี่ยนโฉมใหม่ ทุกคนจะรู้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศผู้เชี่ยวชาญผลิตหุ่นยนต์

ดร.ปราการเกียรติ กล่าวต่อว่า “การได้เป็นอาจารย์เป็นโอกาสสำคัญทำให้สามารถร่วมทำงานคิดค้นหุ่นยนต์พร้อมกับทีมงานได้รวดเร็วมากขึ้น และมีระบบแวดล้อมในมหาวิทยาลัยเอื้ออำนวยต่อการทำงาน แต่หากผมไม่ได้เป็นอาจารย์ โอกาสที่จะได้เจอทีมงานและคิดค้นก็จะเป็นไปได้ยากมากขึ้น ในท้ายที่สุด แม้ผมจะไม่ได้เป็นอาจารย์ หรือผมไม่มีเงินทุน ผมก็ยืนยันที่จะเลือกทำหุ่นยนต์ให้ได้ เพราะเป็นสิ่งที่เรารัก และอยากทำจริงๆ”

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI