posttoday
วิบากกรรม กระทรวงศึกษาฯ 1ปี ปฏิรูปลุ่มๆ ดอนๆ

วิบากกรรม กระทรวงศึกษาฯ 1ปี ปฏิรูปลุ่มๆ ดอนๆ

26 สิงหาคม 2558

การปรับ ครม.ใหญ่แทบทุกรัฐบาล หนีไม่พ้นกระทรวงศึกษาฯที่จะต้องถูกปรับเปลี่ยน

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

การปรับ ครม.ใหญ่แทบทุกรัฐบาล หนีไม่พ้นกระทรวงศึกษาฯที่จะต้องถูกปรับเปลี่ยน ทั้งที่กระทรวงแห่งนี้มีความสำคัญต่อการสร้างคนยกระดับการพัฒนาของชาติสะท้อนงบประมาณที่ได้รับสูงสุดมากกว่าทุกกระทรวง

ทั้งที่อยู่ในกระแสปฏิรูปแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ต่างจากรัฐบาลเลือกตั้งในอดีต ปรับ รมว.และ รมช.ศึกษาฯ ครั้งนี้ รวมอยู่ในตำแหน่งเพียง 1 ปีเท่านั้น โดยโยก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ จาก รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ มานั่งแทน

สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ ไม่เคยมีภูมิหลังเกี่ยวข้องกับงานด้านการศึกษา แม้ในทางทหารเองก็ไม่ได้ผ่านสายผู้อำนวยการโรงเรียนนักเรียนนายร้อย หรือกรมยุทธศึกษา ทำแต่งานด้านสายคุมกำลังตลอด จึงไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจเรื่องการศึกษาหรือไม่

สิ่งที่น่าวิตกกังวล คือ ทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยที่จะเข้ามาช่วยงาน หากดึง อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ซึ่งเคยมีการคัดค้านมาแล้ว เข้าร่วมทำงานด้านการศึกษา ก็อาจไม่ตอบโจทย์ภาพรวมของการศึกษา และอีก 2 ปี กระทรวงศึกษาธิการจะครบ 10 ปี หลักสูตร 2551 จะต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาใหม่ ซึ่งไม่แน่ใจรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วย จะขับเคลื่อนหลักสูตรใหม่ได้ดีแค่ไหน

นอกจากนี้ การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่ไม่ได้ส่งผลอะไรถ้าไม่มีนโยบายชัดเจน สำหรับนโยบายหลัก วันนี้มาจากข้าราชการประจำกับกลุ่มที่ปรึกษา ซึ่งไม่เปลี่ยนเลย 20 ปี รัฐมนตรีจึงได้แค่ทำภาพรวมให้ดี เช่น เพิ่มกิจกรรม หรือระเบียบวินัย

“ในอดีต ปี 2516 และ 2519 มีการออกกำลังกายตอนเช้า เราอาจจะเคยเห็น ตอนที่ท่าน ผบ.ทร. เพิ่มนโยบายให้มีการออกกำลังกายหลังเคารพธงชาติ ลูกเสือ หลักสูตรพลเมือง ศีลธรรม หลังปี 2516 ท่องจำรัฐธรรมนูญ แต่พอหลัง 2519 สวิงกลับเรื่องสถาบัน ประชุมใหญ่ในโรงเรียน ร้องเพลงสรรเสริญตอนเย็น อันนั้นเป็นคอนเซ็ปต์นโยบายชาตินิยม ซึ่งอาจจะเกิดในยุคนี้” สธน ระบุ

สธน ระบุว่า หากมองผลงานเด่นของรัฐมนตรีที่แล้วก็มีอยู่บ้าง เช่น ยกเลิกโอเน็ต ทั้งนี้คงต้องฝากรัฐมนตรีที่เข้ามาทำงานในกระทรวงศึกษาฯ ต้องใจกว้าง ฟังความเห็น และอดทนต่อความเห็นแย้ง โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์

สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า 1 ปีที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ แต่ปัญหาด้านสังคม กับการศึกษา กลับให้ความสำคัญน้อย

อย่างไรก็ตาม หากมองแง่ดีถึงงานของการศึกษารอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีจุดเด่น 3 เรื่อง คือ การผลักดัน พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ การให้เงินอุดหนุนเด็กปฐมวัย 400 บาท และการปราบทุจริต สกสค. องค์การค้าคุรุสภา

“ปัญหาสังคมยังมีมาก และซับซ้อน รุนแรง เช่น เด็กแว้น ยาเสพติด ความรุนแรง แต่การแก้ปัญหากลับมีเพียงประชุม เปิดงาน ขี่จักรยาน เป็นลักษณะเชิงตั้งรับเน้นงานเชิงวิชาการ ซึ่งเรื่องสังคมถือว่าสอบตก ผลสำรวจก็ออกมาต่ำสุด แต่คนไม่ใส่ใจ”

สมพงษ์ กล่าวว่า การผลักดันให้เกิดการปฏิรูปศึกษาที่ผ่านมา มีหน่วยงานอย่าง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และซูเปอร์บอร์ดที่รัฐบาลตั้งขึ้น ซึ่งสามารถพลิกนโยบายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ปรากฏว่าไม่ไปไหน ถ้าในแง่การบริหารงานของรัฐบาลปกติ ถือว่าสอบผ่าน แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ควรทำสิ่งที่ยาก หรือทำไม่ได้ เช่น กฎหมายปฏิรูป ทุจริต แต่กลับไปทำงานเหมือนรัฐบาลปกติ งานจึงไม่ได้ถูกสานต่อ ซึ่งน่าเสียดาย

ทั้งนี้ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เคยบอกว่าหลักการดี แต่ถ้าไม่ลงมือ การศึกษาก็ไม่เปลี่ยน ซึ่งปัญหาของทหารมีภูมิหลัง คือ ไม่รู้ด้านการศึกษา มีลักษณะการทำงานเหมือนรัฐมนตรีทั่วไป การปฏิรูปการศึกษาเพิ่งตั้งไข่ จึงลุ่มๆ ดอนๆ จากการประชุมร่วมกับข้าราชการ ต่างรอนโยบายจากรัฐมนตรีใหม่ ไม่ทำงาน

“การปฏิรูปการศึกษา ผมได้แต่หวังว่า ทั้งโรดแมป นโยบาย และพิมพ์เขียว ในระยะเวลา 2-3 เดือนจากนี้ จะมีการติดเครื่องปฏิรูปเต็มรูปแบบ และ พล.อ.ดาว์พงษ์ ในฐานะนักยุทธศาสตร์ ซึ่งคือจุดเด่น เคยเป็น เสธ.ทหาร ถ้าได้กลุ่มที่ปรึกษาดีๆ ท่านจะเร็ว และตัดสินใจได้ถูกทาง อย่าปกปิดตัวเองและข้าราชการ และต้องรับฟังเสียงทุกคน” นพ.ประเวศ ให้ความเห็น

วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เชื่อว่า นายกรัฐมนตรีต้องการสั่งให้มีการปฏิรูปการศึกษาให้เสร็จภายในระยะเวลาสั้นๆ จึงมีทีมใหม่เข้ามาสองคน ให้ผลงานออกมาเป็นจริงตามที่ต้องการ แต่ก็เกรงว่ารัฐมนตรีใหม่ทั้งสองรายต้องใช้เวลาเพื่อศึกษางานก่อน

วรากรณ์ กล่าวว่า ทีมใหม่ที่เข้ามาทำงานด้านการศึกษา มีความคิดสร้างสรรค์ และจะรีบสานต่องานเก่าที่ทำไว้ แม้มีบางส่วนอาจมองการเข้ามาในครั้งนี้ของพล.อ.ดาว์พงษ์ อาจไม่ตรงสเปก แต่ด้วยมุมมองและการทำงานของ พล.อ.ดาว์พงษ์ เป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์ น่าจะทำเรื่องการศึกษาได้เวลาอันสั้น

“ประเด็นสำคัญที่จะให้งานทั้งหมดลุล่วงไปได้ อยู่ที่ความร่วมมือของคนในกระทรวงศึกษาธิการ เพราะท่านดาว์พงษ์ เป็นคนเข้าใจแผนงานได้เร็ว และการทำงานที่ผ่านมาของท่านในกระทรวงเก่าก็ประสบความสำเร็จ จึงค่อนข้างเชื่อว่าถ้ามาทำงานในกระทรวงศึกษาฯ ก็สำเร็จลุล่วงไปได้” วรากรณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน