posttoday
ครุเศรษฐศาสตร์ (Economics of Teacher)

ครุเศรษฐศาสตร์ (Economics of Teacher)

24 สิงหาคม 2558

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์

สืบเนื่องจากที่ผมเติบโตมาในครอบครัวที่คนรายรอบทั้งหมดประกอบอาชีพครู (แม่เป็นครู ยายเป็นครู น้าทุกคนเป็นครู ภรรยาเป็นครู และตัวเองก็เป็นครู) ผมคิดว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ โดยเฉพาะการเสียสละรายได้จำนวนมากในการประกอบอาชีพอื่นๆ มารับเงินเดือนน้อยๆ กับงานที่น่าเบื่อในบางครั้ง ทั้งยังจำเป็นต้องสู้รบกับนักเรียน/นักศึกษาอีกจำนวนหนึ่ง เคยมีเพื่อนคนหนึ่งที่จบเศรษฐศาสตร์เหมือนกันแต่เลือกไปทำงานในสายการเงินและได้รับเงินเดือนที่สูงมากถามผมว่า “อาชีพมึงเป็นยังงัย” ผมตอบว่า “คงแตกต่างจากอาชีพของมึงนั่นแหละ” วันแรกของการทำงานนั่งห้องขนาดไหน วันเกษียณก็คงจะอยู่ห้องนั้นเหมือนเดิม ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตขึ้นหรือมีลูกน้องมากขึ้นเหมือนกับอาชีพอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่อาชีพครูจะมีมากขึ้นมากกว่าอาชีพอื่นๆ ก็คือ “การมีลูกศิษย์ลูกหามากขึ้น” ซึ่งจำนวนลูกศิษย์ที่มากขึ้นนี้แหละ คือ ผลผลิต (Output) ที่สำคัญที่สุดของการเป็นครู สมกับความหมายดั้งเดิมของคำว่าครูที่มาจากคำว่า “ครุ” ซึ่งแปลว่า “หนัก”

อย่างไรก็ดี ด้วยแนวโน้มของคุณภาพการศึกษาที่ผ่านมาที่ออกมาไม่ค่อยดีนักสำหรับประเทศไทย (จริงๆ ก็แย่เหมือนกันทั่วโลก) เราต่างเห็นพ้องต้องกันว่า คุณภาพการศึกษาที่ดีล้วนต้องมาจาก “คุณภาพครูที่ดี” และถ้าเด็กคนไหนได้เรียนกับครูที่ดีและเก่ง เด็กคนนั้นย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จจากการเรียนได้สูง และมีโอกาสที่สูงขึ้นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ตัวผมเองเห็นด้วยกับคำกล่าวข้างต้นเป็นอย่างยิ่ง แต่ปัญหาก็คือ “คำว่าคุณภาพครูนั้นจะสามารถวัดได้อย่างไร”

ที่ผ่านมาเราไปให้ความสำคัญว่าคุณภาพครูที่ดีเกิดจากการที่ครูนั้นจะต้องมีวุฒิปริญญาที่จบทางด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์โดยตรง ครูนั้นจะต้องจบวุฒิปริญญาตรีปริญญาโทขึ้นไป ครูนั้นจะต้องมีผลงานวิจัยหรือครูนั้นจะต้องมีประสบการณ์ในการสอนนานๆ ขอบอกว่า (ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นครูเหมือนกัน) ผมไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวข้างต้นแม้แต่น้อย ด้วยความคิดแบบนักเศรษฐศาสตร์ ผมเชื่อว่าคนทุกคนถูกผลักดันได้ด้วยระบบแรงจูงใจ (Incentive) และระบบการจัดการองค์กรที่เหมาะสม คนที่ไม่เก่งทุกคนย่อมสามารถพัฒนาศักยภาพได้ภายใต้ระบบและแรงจูงใจที่ดี และเช่นเดียวกันภายใต้ระบบที่ไม่ดี คนเก่งก็สามารถกลายเป็นคนที่ไม่เก่งได้

ความเชื่อเหล่านี้จึงนำมาสู่งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ผมได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ภายใต้ชื่อโครงการที่มีชื่อว่า “ครุเศรษฐศาสตร์” (Economics of Teacher) งานวิจัยชิ้นนี้พยายามชี้ให้เห็นว่า คุณภาพครูที่กล่าวๆ มาข้างต้นนั้นไม่ถูกต้องเสียทีเดียว งานวิจัยใช้กรอบแนวคิดของเศรษฐศาสตร์แรงงาน (Labor Economics) และเศรษฐศาสตร์การจัดการบุคลากร (Personnel Economics) เพื่ออธิบายถึงปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาคุณภาพครู รวมไปถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการจัดสรรทรัพยากรครูที่เหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของประเทศ ผลการศึกษาพบว่า การจัดสรรทรัพยากรครูของประเทศไทยยังคงมีปัญหาใหญ่ๆ อยู่ 10 ปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขดังนี้

1) ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างอุปสงค์และอุปทานของครู โดยมีการผลิตบัณฑิตในสาขาครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ออกมาเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ตำแหน่งงานที่จะรับครูมีจำนวนจำกัด

2) ปัญหาความไม่สอดคล้องในสาขาวิชาที่ครูจบออกมากับความต้องการรับ โดยสาขาวิชาที่ครูจบออกมาส่วนใหญ่เป็นสาขาที่ไม่ตรงกับการขาดแคลน

3) ปัญหาจัดสรรทรัพยากรครูอย่างไม่เท่าเทียม โดยโรงเรียนขนาดใหญ่ในเขตเมืองกลับมีจำนวนบุคลากรครูอยู่เป็นจำนวนมาก และไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนครูแต่อย่างใด ในขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กในชนบทกลับประสบปัญหาการขาดแคลนครู

4) ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างครูผู้สอนเอง โดยถึงแม้ว่าในปัจจุบันครูจะเป็นอาชีพที่มีรายได้สูงขึ้นและมีความมั่นคงก็ตาม แต่เมื่อวิเคราะห์ในด้านผลตอบแทนกลับพบว่า ครูในระดับชั้นปฐมวัยเป็นครูที่ได้รับผลตอบแทนต่ำกว่าครูในระดับชั้นอื่นๆ

5) ปัญหาการรับประกันคุณภาพของครูผู้สอน โดยการกำหนดให้ครูต้องมีใบประกาศนียบัตรวิชาชีพครู ในขณะที่ประกาศนียบัตรดังกล่าวไม่ได้จำแนกตามระดับชั้นและตามสาขาความชำนาญ อีกทั้งในการต่ออายุก็เป็นการให้ความสำคัญกับงานเอกสารเป็นส่วนมาก

6) ปัญหาระบบการจัดการบุคลากรครู โดยโรงเรียน (เฉพาะโรงเรียนรัฐบาล) มีบทบาทในการคัดเลือกครูที่น้อยมากและกระบวนการคัดเลือกยังใช้ข้อสอบที่ไม่ได้มาตรฐาน ในบางครั้งกระบวนการคัดเลือกมีความไม่โปร่งใส

7) ปัญหาในด้านของภาระงาน ที่ส่งผลทำให้ครูจะต้องทำงานอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยตรง เช่น งานประกันคุณภาพการศึกษา การนำเด็กไปแข่งสอบ การฝึกอบรม และงานธุรการต่างๆ ของโรงเรียน

8) ปัญหาด้านการพัฒนาคุณภาพการสอน ที่ต้องได้รับการพัฒนาคุณภาพการสอนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนจาก Teacher-Center Approach เป็น Student-Center Approach การเปลี่ยนจากการที่ครูเป็นผู้สอนมาเป็นผู้ให้การกำกับดูแลการสอน (Coaching) หรือพยายามใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เพื่อทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนมากขึ้น

9) ปัญหาด้านภาระการทำงานและความมุ่งมั่น (Passion) ของผู้ประกอบอาชีพครู ที่เริ่มหมดกำลังใจในการทำงานหนักและได้รับผลตอบแทนต่ำ อันส่งผลทำให้ครูจำนวนหนึ่งเลือกที่จะลาออก และ

10) ปัญหาในด้านการสอนเพื่อให้เด็กมีคุณธรรมจริยธรรม โดยถึงแม้ว่าการพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอนจะส่งผลทำให้คุณภาพการศึกษาของผู้เรียนเพิ่มสูงขึ้นก็จริง แต่การนำคะแนนสอบมาใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินคุณภาพการศึกษาก็ยังมีจุดอ่อนตรงที่ว่าการประเมินดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงมิติทางด้านคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียนดังนั้นการกำหนดนโยบายเพื่อทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรครูที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาคุณภาพครูผู้สอนจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ

วิธีการศึกษาจากงานวิจัยที่นำมาสู่ปัญหาดังกล่าวคืออะไร และเราจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร ทางผมจะจัดสัมมนานำเสนอผลงานวิจัยชิ้นนี้ในวันที่ 8 ก.ย. (10.00-12.00 น.) ที่ห้อง 202 อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับฟังได้ครับ นอกจากนี้สำหรับผู้ที่สนใจอ่านงานศึกษาดังกล่าว ทางผมได้มีการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มโดยท่านผู้สนใจสามารถสั่งซื้อ (ราคาแล้วแต่จะให้) ได้ที่ คุณสงคราม ไชยแก้ว ([email protected]) รายได้ทั้งหมด (ไม่หักค่าใช้จ่าย) จะบริจาคให้กับโรงเรียนในเขตทุรกันดาร

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้