
ไม่รับปากเลือกตั้งแล้วสงบ
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่รับประกันเลือกตั้งครั้งหน้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่รับประกันเลือกตั้งครั้งหน้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้เชิญตัวแทนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตามกลุ่มต่างๆ ที่ขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมฟังคำชี้แจงก่อนที่จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้ สปช.อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ส.ค.นี้
ทั้งนี้ วันที่ 20 ส.ค. นายนิรันดร์ พันทรกิจ และนายอุดม เฟื่องฟุ้ง สปช.กลุ่มการเมืองและกฎหมาย และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมรับฟังโดยแสดงความพอใจต่อข้อเสนอต่างๆ ที่เคยให้บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ
“ภาพรวมของการชี้แจงของคณะ กมธ.ยกร่างฯ ตามที่ทางกลุ่มการเมืองและกฎหมายได้ขอไปนั้นถือว่าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง โดยส่วนใหญ่ทางคณะ กมธ.ยกร่างฯ จะแก้ไขในเชิงโครงสร้าง แต่ประเด็นหลักอื่นๆ ไม่ได้มีการแก้ไข แต่คณะ กมธ.ยกร่างฯ เห็นด้วย และได้นำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกแทน” นายนิรันดร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายนิรันดร์ กล่าวว่า กลุ่มของตนยังได้ตั้งคำถามอีกว่าเมื่อหลังจากมีการเลือกตั้งแล้วจะไม่เกิดความขัดแย้งและความรุนแรงขึ้นอีก ซึ่งประเด็นนี้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ให้คำตอบเรื่องนี้และไม่สามารถรับประกันได้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบจะไม่เกิดขึ้นได้อย่างไร
“แต่ส่วนตัวอยากให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ให้คำตอบให้ชัดเจนว่ากระบวนการเลือกตั้งในอนาคตจะนำมาซึ่งความสงบของประเทศได้อย่างไร” นายนิรันดร์ กล่าว
ขณะที่ นายอุดม กล่าวว่า ตัวเองไม่เคยประกาศจะลงมติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพียงแต่หากบ้านเมืองไม่สงบก็ไม่ควรที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งได้พูดคุยกับหลายฝ่ายแล้ว โดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศว่าพวกคุณเชื่อหรือไม่ว่าจะเกิดความสงบเรียบร้อยหากมีการเลือกตั้ง ซึ่งก็ได้คำตอบว่าไม่มีความมั่นใจว่าจะมีความสงบ ดังนั้น ทำไมเราต้องลงทุน 3,000-4,000 ล้านบาท เพื่อมาจัดการเลือกตั้ง แต่ควรนำเงินตรงนี้ไปพัฒนาประเทศน่าจะมีความเหมาะสมมากกว่า
นายวิษณุ กล่าวว่า การกำหนดให้มีหน้าที่หรืออำนาจพิเศษให้กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบหรือขัดแย้งที่รัฐบาลดำเนินการแก้ไขไม่ได้นั้นไม่มีการระบุถึง เนื่องจากไม่ใช่ข้อเสนอของ ครม. แต่ส่วนตัวมองว่าเมื่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เช่นนั้นพอจะไปได้
“หากมีสถานการณ์ขัดแย้งที่รัฐบาลปกติไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ หรือมีเหตุการณ์ที่เป็นให้เกิดภาวะรัฐล้มเหลว ให้เป็นหน้าที่ของกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ประชุมเพื่อหาทางแก้ไข ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ให้เกิดการยึดอำนาจเพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่ก่อนที่กรรมการยุทธศาสตร์ฯ จะใช้อำนาจพิเศษต้องคำนึงให้ดี เพราะหากใช้อำนาจจนเกินเหตุอาจถูกยื่นฟ้องร้องหรือถูกดำเนินคดีทางกฎหมายได้” นายวิษณุ กล่าว
ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้ารัฐบาลเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ประชุมเพื่อหารือต่อกระบวนการและแนวทางการทำประชามติ รวมถึงเตรียมรายละเอียดที่ต้องแจกให้กับประชาชนจำนวน 19 ล้านครัวเรือน







