
โฉมหน้าครม.บิ๊กตู่ 3 15 นายพลยึด 8 กระทรวง
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วนั้น ปรากฏว่ามีการส่งรายชื่อโผ ครม.ชุดใหม่ เป็นการปรับใหญ่ 17 ตำแหน่ง แบ่งเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ 10 คน ปรับพ้นตำแหน่ง 11 คน และที่เหลือเป็นการสับเปลี่ยนตำแหน่ง
สำหรับรัฐมนตรีหน้าใหม่ทั้ง 10 คนนั้น ประกอบด้วย “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นรองนายกรัฐมนตรี คุมเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ “สมคิดคอนเนกชั่น” โดยมีรัฐมนตรีเศรษฐกิจร่วมทีม “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” รมว.คลัง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 33 ของ “สมคิด”
“อุตตม สาวนายน” อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็น รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งในอดีตเขาเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีคลังในช่วงที่ “สมคิด” นั่งเป็นขุนคลังในสมัยรัฐบาลทักษิณ
“สุวิทย์ เมษินทรีย์” ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็น รมช.พาณิชย์ ด้วยความใกล้ชิดในฐานะลูกศิษย์ “สมคิด” ที่ติดตามกันมาตลอด
“อรรชกา สีบุญเรือง” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจะเกษียณในเดือน ก.ย. จะก้าวขึ้นเป็น รมว.อุตสาหกรรม โดย “อรรชกา” เป็นเพื่อนรักของ “หลังบ้านสมคิด”
ขณะที่รัฐมนตรีหน้าใหม่สาย คสช. ประกอบด้วย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็น รมว.พลังงาน จากเดิมมีตำแหน่งในยุค คสช.หลายตำแหน่ง อาทิ ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก ซึ่งมีความสามารถเชี่ยวชาญด้านตัวเลข เป็นลูกพี่ลูกน้อง พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ซึ่งล่าสุดถูกโยกไปเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนสนิทนายกฯ ประยุทธ์
พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล จากปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น รมว.แรงงาน เดิมเคยดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก ประจำเอกอัครราชทูตไทย ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เสนาธิการทหารบก
“นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร” เป็น รมว.สาธารณสุข ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์และอุบัติเหตุ เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ถวายงานเป็นแพทย์อาสาตามเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 26 ปี
“นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์” ผู้อำนวยการศูนย์จิตวิทยาการศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ ซึ่งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีศึกษาธิการ ขยับขึ้นเป็น รมช.ศึกษาธิการ
ปิดท้ายรัฐมนตรีหน้าใหม่คนที่ 10 คือ “ออมสิน ชีวะพฤกษ์” จากประธานบอร์ด รฟท. เป็น รมช.คมนาคม ตามแรงดันบิ๊ก คสช.
ด้าน รัฐมนตรีที่โยกย้ายเปลี่ยนกระทรวง ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร จากรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เหลือเพียงรองนายกรัฐมนตรีตำแหน่งเดียว โดยขยับ “ดอน ปรมัตถ์วินัย” จาก รมช.ต่างประเทศ ขึ้นเป็น รมว.ต่างประเทศ แทนตามแรงดันของ “สมคิด” ที่ต้องการพลเรือนไปเจรจาการค้าการขาย รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นกับต่างประเทศ คู่กับกระทรวงพาณิชย์ ที่ขยับ “พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ไปเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ แล้วให้“อภิรดี ตันตราภรณ์” เป็น รมว.พาณิชย์
ขณะเดียวกัน ก็มีการโยก “พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง” จาก รมว.คมนาคม มาขึ้นหิ้งในเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี แล้วให้ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รมช.คมนาคม ขึ้นเป็น รมว.คมนาคม แทน ในส่วน “พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย” รมว.ศึกษาธิการ ถูกสลับเป็นรองนายกรัฐมนตรี โดยโยก “พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ มาเป็น รมว.ศึกษาธิการ และให้ “พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์” รมว.แรงงาน ขยับมาเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ
ด้านรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ประกอบด้วย ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกฯ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ อำนวย ปะติเส รมช.เกษตรฯ พรชัย รุจิประภา รมว.ไอซีที นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รมช.สาธารณสุข กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ และณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน
อย่างไรก็ตาม การปรับ ครม.ครั้งนี้ไม่มีทหารหรืออดีตนายทหารหลุดจากตำแหน่งแม้แต่รายเดียว แต่กลับเพิ่มอีก 2 ราย ส่งผลให้ ครม.ชุดนี้มีนายกฯ และรัฐมนตรี รวม 34 คน โดยเป็นนายพลถึง 15 คน รวมทั้งนายกรัฐมนตรี โดยคุม 8 กระทรวงหลัก
ทั้งนี้ 15 นายพล ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี 2.พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม 3.พล.อ.ธนะศักดิ์ รองนายกรัฐมนตรี 4.พล.อ.อ.ประจิน รองนายกรัฐมนตรี 5.พล.ร.อ.ณรงค์ รองนายกรัฐมนตรี 6.พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม 7.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 8.พล.อ.ฉัตรชัย รมว.เกษตรและสหกรณ์ 9.พล.อ.สุรศักดิ์ รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 10.พล.อ.อนุพงษ์ รมว.มหาดไทย 11.พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม 12.พล.อ.ศิริชัย รมว.แรงงาน 13.พล.อ.อนันตพร รมว.พลังงาน 14.พล.อ.ดาว์พงษ์ รมว.ศึกษาธิการ และ 15.พล.อ.สุรเชษฐ์ รมช.ศึกษาธิการ
หัวอกคนถูกปรับ"ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล" รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธกระแสข่าวถูกแต่งตั้งให้เป็นประธาน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรียังไม่เคยบอกว่าจะต้องไปอยู่ตำแหน่งใด โดยเฉพาะ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายกฯ พูดรวมๆ"ไม่สำคัญ นายกฯ ท่าน ไม่ได้บอกอะไร ไม่ได้บอกว่าจะให้ท่านใดไปอยู่ตรงไหน เพียงแต่กล่าวรวมๆ และไม่มีการคุยกันตัวต่อตัวเลยไม่ทราบว่าใครอยู่ที่ไหน ไม่เคยมีตำแหน่งนี้ (ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี) ปัจจุบันมีแต่ตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้า คสช. ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งอยู่เปลี่ยนไม่ได้" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว"อำนวย ปะติเส" รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คนที่ถูกปรับออกก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะนายกฯ มอบหมายให้ มาช่วยกันทำงานในตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกฯ ส่วนที่มีการระบุว่ามีรัฐมนตรีที่จะถูกปรับออกไปร่วมปรับทุกข์กันนั้น ไม่ใช่เป็นการปรับทุกข์ แต่ไปพูดคุยกันว่าจะมีการส่งไม้ต่อให้คนที่จะเข้ามาทำงานต่อด้วยวิธีการใด เพื่อที่จะทำงานได้อย่างรวดเร็วขณะที่ "ยงยุทธ ยุทธวงศ์" รองนายกรัฐมนตรี ด้านสังคม กล่าวว่า รู้สึกสบายใจหากปรับแล้วไม่มีชื่อตัวเองเป็นรัฐมนตรี และพร้อมไปทำหน้าที่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี







