
กมธ.ยกร่างฯปิดจ็อบ 285 มาตรา
"กมธ.ยกร่างฯ" เคาะร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น 285 มาตรา คงที่มา 200 ส.ว.และ ไม่รื้อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อ้างมีไว้เพื่อไม่ต้องใช้มาตรา 7
"กมธ.ยกร่างฯ" เคาะร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น 285 มาตรา คงที่มา 200 ส.ว.และ ไม่รื้อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อ้างมีไว้เพื่อไม่ต้องใช้มาตรา 7
นายปกรณ์ ปรียากร โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 285 มาตราเสร็จสิ้นแล้ว โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงกับตัวแทนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 8 กลุ่ม และ ตัวแทนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระหว่างวันที่ 19 - 20 ส.ค. จากนั้นจึงจะส่งตัวร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้กับ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. วันที่ 22 ส.ค. เวลา 11.59 น. ต่อไป
แหล่งข่าวจากกมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า คณะกมธ.ยกร่างฯ ได้มีการนำ 2 ประเด็นสำคัญ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงนี้มาพิจารณา ประกอบด้วย 1. ที่มาของ สว. และ 2. คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งกมธ.ยกร่างฯ เห็นตรงกันว่า ให้ยืนตามหลักการเดิมไว้ทั้งหมด โดยจะให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง 77 คน และสรรหา 123 คน ซึ่งในส่วนของส.ว.สรรหาชุดแรกจะมาจากการเลือกของคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีวาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี เช่นเดียวกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ กมธ.ยกร่างฯ เห็นว่า ควรมีไว้ตามเดิม เพราะ เจตนารมณ์ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ คือ การผลักดันการปฏิรูปประเทศให้เกิดเป็นรูปธรรม หลังจากสปช.ได้หมดวาระลงแล้ว ส่วนอำนาจพิเศษเกี่ยวกับการแก้วิกฤติก็เป็นเพียงอำนาจส่วนหนึ่งของคณะกรรมการเท่านั้น ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะการใช้อำนาจพิเศษดังกล่าว จะต้องให้เกิดวิกฤติทางการเมืองก่อนเท่านั้น ไม่ใช่นำมาใช้โดยพลการ
"ในช่วงวิกฤติของประเทศที่ผ่านมาหลายครั้ง ไม่เคยมีกลไกตามรัฐธรรมนูญที่สามารถแก้ปัญหาได้ มีแต่การอ้างถึงการใช้อำนาจตามมาตรา 7 ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถใช้ได้ จนนำไปสู่การรัฐประหารถึง 2 ครั้ง ดังนั้นการมีกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ขึ้นมาก็เพื่อให้มีกลไกแก้วิกฤติตามรัฐธรรมนูญ" แหล่งข่าวจากกมธ.ยกร่างฯระบุ







