
กทค.สั่งทรูมูฟ-ดีพีซี จ่ายเงิน1,697ล้าน
กทค.สั่งทรูมูฟ-ดีพีซีนำรายได้ส่งรัฐเยียวยาคลื่น 1800 MHz 1,697 ล้านบาท
กทค.สั่งทรูมูฟ-ดีพีซีนำรายได้ส่งรัฐเยียวยาคลื่น 1800 MHz 1,697 ล้านบาท
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติให้ บริษัท ทรูมูฟ และ บริษัท ดิจิตอล โฟน หรือดีพีซี ชำระเงินรายได้จากการให้บริการแทนรัฐตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว ในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานหรือสัญญาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนความถี่ย่าน 1800 MHz (มาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการ) ระหว่างวันที่ 16 ก.ย. 2556-17 ก.ค. 2557 เป็นจำนวนเงินรวม 1,697 ล้านบาท ตามข้อเสนอของคณะทำงานตรวจสอบเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน
ทั้งนี้ เงินจำนวน 1,697 ล้านบาท แบ่งเป็นบริษัท ทรูมูฟ มีรายได้ 3,634 ล้านบาท รายจ่าย 2,564 ล้านบาท รวมเงินนำส่งรัฐ 1,069 ล้านบาท และดีพีซีมีรายได้ 1,153 ล้านบาท รายจ่าย 525 ล้านบาท รวมเงินนำส่งรัฐ 627 ล้านบาท หลังจากนี้ 1-2 วัน สำนักงาน กสทช.จะออกคำสั่งทางปกครองแจ้งทรูมูฟและดีพีซีให้ชำระเงินภายในเวลา 30 วัน
อย่างไรก็ตาม กทค.ยังให้สิทธิทั้งสองบริษัทเข้ามาชี้แจงประเด็นที่เห็นว่าแตกต่างเพิ่มเติมเพื่อขอให้ทบทวนมติได้ เนื่องจากตัวเลขการหักค่าใช้จ่ายที่คณะทำงานฯ ใช้พิจารณาและตัวเลขที่ผู้ประกอบการเสนอมาไม่ตรงกัน
นายฐากร เปิดเผยยอดร้องเรียนคุณภาพการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กรณีปัญหาสายหลุด ที่ประชาชนแจ้งเข้ามายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของ กสทช. หมายเลข 1200 ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.-11 ส.ค. 2558 ที่ผ่านมา มีจำนวน 1,155 เรื่อง อันดับ 1.เอไอเอส 617 เรื่อง พบในพื้นที่กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อันดับ 2.ดีแทค 325 เรื่อง พบในพื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี และนครราชสีมา อันดับ 3.ทรูมูฟ 192 เรื่อง พบในพื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี และนนทบุรี โดยผู้ประกอบการต้องแก้ไขภายใน 14 วัน







