
"อุเทน"ดักคออย่าผ่านประชามติร่างรธน.ที่อาจสร้างปัญหา
“อุเทน” เชื่อสุดท้าย สปช.โหวตรับร่าง รธน. ดักคออย่าใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน นำร่าง รธน.ที่อาจสร้างปัญหาไปผ่านประชามติ ติงอย่าจ้องสกัดแค่ “ทักษิณ” ควรหาทางป้องกันคนโกงชาติทุกคน
“อุเทน” เชื่อสุดท้าย สปช.โหวตรับร่าง รธน. ดักคออย่าใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน นำร่าง รธน.ที่อาจสร้างปัญหาไปผ่านประชามติ ติงอย่าจ้องสกัดแค่ “ทักษิณ” ควรหาทางป้องกันคนโกงชาติทุกคน
วันที่ 13 ส.ค. นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 7 ก.ย.ที่จะถึงนี้ว่า แม้จะมีกระแสอย่างต่อเนื่องว่ามี สปช.บางส่วนจะลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็เชื่อว่าท้ายที่สุดร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบโดยเสียงส่วนใหญ่ของ สปช. ไม่ว่าคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะแก้ไขเนื้อหาตามที่ภาคส่วนต่างๆเสนอไปมากน้อยเพียงใด สาเหตุที่ทำให้เชื่อว่า สปช.จะโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญก็เพราะมองว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของโรดแมปที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้วางไว้ หาก สปช.ลงมติไม่รับร่าง ก็จะสร้างความซับซ้อนในการทำงานของ คสช.มากขึ้นไปอีก เนื่องจากต้องมีการตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เท่ากับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ และอาจสร้างกระแสไม่ยอมรับ คสช.ให้มากยิ่งขึ้น เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่า เป็นแผนการให้ คสช.อยู่ในอำนาจนานขึ้น
ในส่วนของการลงประชามติหาก สปช.มีมติรับร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายอุเทนกล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯและ สปช.ควรคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม และความถูกต้องชอบธรรมมากกว่าสิ่งอื่นใด ไม่ควรนำร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม หรือที่เห็นว่าจะสร้างปัญหาในอนาคต แต่ถูกใจแค่ใครบางคนไปให้ประชาชนลงมติ มีตัวอย่างให้เห็นแล้วจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในวงกว้าง แม้จะผ่านการลงประชามติก็มาก เพราะมีการไปโฆษณาชวนเชื่อว่าให้รับไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง พอจะแก้ไขจริงๆก็อ้างเสียงประชามติของประชาชน
“คสช. กมธ.ยกร่างฯ หรือ สปช. ต้องมีหน้าที่กลั่นกรองสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่นำสิ่งไม่ไปให้ประชาชนลงมติ หรือใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน แล้วมาอ้างว่าได้ผ่านประชามติแล้ว” นายอุเทน ระบุ
นายอุเทน กล่าวต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ดีควรมีความถูกต้องชอบธรรม เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ไม่สร้างปัญหาความขัดแย้งตามมา ซึ่งเรื่องนี้ คสช. กมธ.ยกร่างฯ และ สปช.ควรคำนึงถึงมากที่สุด ไม่ใช่ปล่อยให้เนื้อหาเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลใด หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากกว่าส่วนรวม และผลประโยชน์ของประเทศ รวมทั้งไม่จ้องที่จะกำจัดหรือปิดกั้นใครหรือกลุ่มใดเช่นกัน ความขัดแย้งที่มียาวนานนับ 10 ปีก็มีสาเหตุมาจากรัฐธรรมนูญหรือกติกาสูงสุดของประเทศไม่ถูกต้องชอบธรรม มาวันนี้เรามีบทเรียนแล้ว อย่าใช้เป็นเพียงข้ออ้างในการเข้าสู่อำนาจ แต่ควรใช้ในการสร้างกระบวนการเพื่ออนาคตของชาติมากกว่า ไม่ควรไปเสียเวลากับปัญหาความขัดแย้งใดๆอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่วันนี้ประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนัก อีกทั้งใกล้ที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในเร็วๆนี้อีกด้วย หากยังปล่อยให้มีปัญหาจากรัฐธรรมนูญใหม่อีก ก็จะยิ่งทำให้ประเทศเสียโอกาสมากกว่าเดิม
นายอุเทน กล่าวด้วยว่า จากการติดตารมการทำงานของ คสช. และแม่น้ำสายต่างๆของ คสช. ที่แม้จะพยายามอ้างว่าต้องการที่จะวางมาตรการป้องกัน หรือขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ในความเป็นจริงดูเหมือนจะยังพุ่งเป้าไปที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และวางกลไกเพื่อกำจัดหรือปิดกั้นกลุ่มที่ถูกมองว่าเป็นเครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ โดยเฉพาะในเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้มีความซับซ้อน กระบวนการเข้าสู่อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ หรือการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดที่แล้ว
“ถ้า คสช.เอาจริงต้องหาทางต่อต้านทุกคนที่โกงกินชาติ ไม่ใช่จ้องจะต่อต้านแค่ พ.ต.ท.ทักษิณ คนเดียว หรือพยายามวางกลไกเงื่อนไขกับเครือข่ายที่มองว่าเป็นพวกของ พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น” นายอุเทน กล่าว







