posttoday
ต่างชาติชี้ไทยมาถูกทาง ‘แบนอุ้มบุญ’

ต่างชาติชี้ไทยมาถูกทาง ‘แบนอุ้มบุญ’

11 สิงหาคม 2558

เมื่อเอ่ยถึง “การอุ้มบุญ” ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ถูกเลือกจากทั่วโลกในการเข้ามาว่าจ้างหญิงอุ้มบุญ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ไทยออกกฎหมายห้ามการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้เกิดการจำกัดทางเลือกแหล่งอุ้มบุญให้แคบลงด้วย

เมื่อเอ่ยถึง “การอุ้มบุญ” ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ถูกเลือกจากทั่วโลกในการเข้ามาว่าจ้างหญิงอุ้มบุญ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ไทยออกกฎหมายห้ามการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้เกิดการจำกัดทางเลือกแหล่งอุ้มบุญให้แคบลงด้วย

บิซิเนส อินไซเดอร์ เว็บไซต์ข่าวของสหรัฐ รายงานว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งแหล่งในทวีปเอเชียที่ไม่มีกฎหมายห้ามการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจนในระยะเวลาที่ผ่านมา อีกทั้งการว่าจ้างให้การตั้งครรภ์
ดังกล่าวในประเทศไทย มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.76 ล้านบาท) ซึ่งถูกกว่าเมื่อเทียบกับการว่าจ้างอุ้มบุญในสหรัฐที่มีค่าใช้จ่ายราว 1.5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 5.27 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการออกกฎหมายห้ามการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจนแล้ว และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดกรณีการว่าจ้างอุ้มบุญของสามีภรรยาชาวออสเตรเลียคู่หนึ่งเมื่อปี 2014 ทอดทิ้งทารกที่เกิดจากการว่าจ้างอุ้มบุญ เนื่องจากทั้งคู่พบว่าทารกดังกล่าวป่วยเป็นโรคกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม

กฎหมายห้ามการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์ฉบับนี้ ระบุโทษของการฝ่าฝืนคือ จำคุก 10 ปีขึ้นไป และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท โดยกฎหมายดังกล่าวยังระบุด้วยว่า การว่าจ้างการอุ้มบุญสามารถทำได้เฉพาะในคู่สามีภรรยาชาวไทยที่แต่งงานกันแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือคู่สามีภรรยาที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวไทยเท่านั้น ทั้งนี้ยกเว้นคู่รักเพศเดียวกัน เนื่องจากไทยยังไม่มีกฎหมายรับรองการจดทะเบียนสมรส

สตีเฟ่น เพจ ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวและการอุ้มบุญจากออสเตรเลีย ระบุว่า การที่ประเทศไทยออกกฎหมายห้ามการอุ้มบุญที่ชัดเจน ส่งผลให้ไทยไม่เป็นแหล่งอุ้มบุญนานาชาติอีกต่อไป

“การแบนการอุ้มบุญในประเทศหนึ่ง ก็จะเป็นแบบแผนตัวอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ต่อไปเช่นกัน” เพจ กล่าว

ทั้งนี้ ประเทศอื่นในทวีปเอเชียอย่างอินเดียและเนปาลยังคงเป็นแหล่งอุ้มบุญเชิงพาณิชย์ยอดนิยมสำหรับนานาชาติอยู่ในขณะนี้

บิซิเนส อินไซเดอร์ ระบุว่า กฎหมายเรื่องการอุ้มบุญฉบับก่อนหน้าของไทย ผู้เป็นแม่อุ้มบุญมีสิทธิเต็มตัวในเด็กทารก แม้ว่าผู้เป็นแม่อุ้มบุญจะไม่เกี่ยวข้องทางด้านพันธุกรรมกับเด็กก็ตาม ขณะที่กฎหมายการอุ้มบุญฉบับใหม่ให้สิทธิเต็มที่แก่พ่อแม่ที่ต้องการจะมีบุตรโดยวิธีการจ้างอุ้มบุญ

ทั้งนี้ กฎหมายใหม่ยังระบุเงื่อนไขพิเศษสำหรับคู่สามีภรรยาที่ว่าจ้างแม่อุ้มบุญ โดยระบุว่า หากมีการทำสัญญาว่าจ้างอุ้มบุญก่อนหน้าที่กฎหมายการอุ้มบุญฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ คู่สามีภรรยาผู้ว่าจ้างสามารถร้องเรียนต่อศาลเพื่อเรียกสิทธิการเป็นผู้ปกครองของเด็กได้อย่างเต็มที่

ด้าน ระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เคย ระบุผ่านสำนักข่าวเอพีว่า กฎหมายอุ้มบุญฉบับใหม่ดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้ประโยชน์สูงสุดกับทารกที่เกิดจากการอุ้มบุญ

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้