
แก้กลไกราคา
ถึงตอนนี้บรรดาผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน เหมารวมไปถึงคณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนบทบาทในการทำหน้าที่กำกับราคาสินค้าที่ผู้ผลิตนำมาจำหน่ายให้ผู้บริโภค เพื่อหาจุดอ่อนของกลไกการส่งผ่านด้านราคาที่บิดเบี้ยวจนไม่เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค
ถึงตอนนี้บรรดาผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน เหมารวมไปถึงคณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนบทบาทในการทำหน้าที่กำกับราคาสินค้าที่ผู้ผลิตนำมาจำหน่ายให้ผู้บริโภค เพื่อหาจุดอ่อนของกลไกการส่งผ่านด้านราคาที่บิดเบี้ยวจนไม่เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค
เนื่องจากราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ที่บรรดาผู้ประกอบการยกขึ้นมาเป็นเหตุผลหลักในการขยับปรับขึ้นราคาสินค้า ลดลงมาอย่างต่อเนื่องกว่า 40% ไปแล้ว แต่ราคาสินค้า ราคาค่าโดยสารพาหนะในแทบทุกประเภทกลับไม่ลดลง เฉพาะราคาน้ำมันดีเซลนั้นได้ลดลงจากลิตรละ 30 บาท เหลือ 24 บาท แต่ราคาสินค้า ค่าขนส่งกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
หากรัฐบาลไม่ตัดสินใจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วปล่อยให้กลไกราคาทำงานอย่างเสรี เท่ากับปล่อยปละละเว้นให้ผู้ประกอบการต้องไม่เอารัดเอาเปรียบประชาชนหรือผู้บริโภค
ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่มี รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะต้องกระโดดเข้ามาทบทวนต้นทุนราคาสินค้าและบริการว่า มีราคาสอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนไปแค่ไหน และต้องทำให้กลไกราคาในตลาดเสรีทำงานให้ได้
จะมาอ้างว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีลักษณะยอมรับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล ภาคเอกชนสามารถประกอบธุรกรรมทางเศรษฐกิจได้โดยเสรี ถ้าของแพงคนก็ไม่ซื้อ ผู้ประกอบการก็จะลดราคาสินค้าลงมาโดยอัตโนมัติเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะแนวคิดดังกล่าวเป็นเพียงจินตนาการที่ไม่มีทางเป็นความจริงได้ในการปฏิบัติ
อีกทั้งในระยะที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกออกแบบการบริหารเศรษฐกิจให้ภาครัฐมีบทบาทสำคัญค่อนข้างมาก ในการวางแผนและการแทรกแซงการทำงานของกลไกราคาที่บิดเบี้ยว ไม่ได้ปล่อยให้ผู้ซื้อและผู้ขายเป็นผู้กำหนดกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่มีอำนาจตามกฎหมายจำเป็นจะต้องเข้ามาพิจารณาว่ารายการสินค้าและบริการที่ควบคุมอยู่นั้น มีการกำหนดราคาซื้อ ราคาขาย หรือมีการกำหนดเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติทางการค้าอันไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือไม่ เพราะกฎหมายได้ให้อำนาจในการดำเนินการไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องมีการทบทวนได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องเพิ่มบทบาทในการทำหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ราคาและการประกอบธุรกิจ เพื่อเสนอมาตรการเกี่ยวกับการกำหนดราคาสินค้าและบริการให้เข้มข้นขึ้น
ขณะที่ กบง.ที่ทำหน้าที่กำกับด้านพลังงานก็ต้องเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดในเรื่องต้นทุนที่แท้จริงของราคาพลังงาน เพราะถ้าต้นทุนการซื้อน้ำมันดิบลดลงเกือบ 40% แต่ราคาน้ำมันโดยเฉลี่ยที่ขายในประเทศ เมื่อรวมภาษีและต้นทุนอื่นปรับลดลงเพียงน้อยนิดย่อมแสดงว่า มีปัญหาบางอย่างที่รัฐต้องเข้าไปดูแล
อย่าปล่อยให้พ่อค้าและผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นผู้กำหนดทิศทางราคาแต่เพียงอย่างเดียว







