
ซื้อหุ้นพลังงานทดแทน ตาดีได้-ตาร้ายเสีย
ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่มีแผนเพิ่มพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้ได้ 25% ใน 10 ปี ส่งผลให้กำลังการผลิตเป้าหมายของโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจะเพิ่มขึ้นจากแผนเดิม 9,201 เมกะวัตต์ เป็น 13,927 เมกะวัตต์ จะทำให้มูลค่าตลาดรวมใหญ่ขึ้นถึง 5 เท่า นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดการณ์ จึงเป็นเหตุผลหลักทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งที่ต้องการให้กิจการเติบโต และ บจ.ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการหาทางรุกเข้าสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน
ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่มีแผนเพิ่มพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้ได้ 25% ใน 10 ปี ส่งผลให้กำลังการผลิตเป้าหมายของโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจะเพิ่มขึ้นจากแผนเดิม 9,201 เมกะวัตต์ เป็น 13,927 เมกะวัตต์ จะทำให้มูลค่าตลาดรวมใหญ่ขึ้นถึง 5 เท่า นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดการณ์ จึงเป็นเหตุผลหลักทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งที่ต้องการให้กิจการเติบโต และ บจ.ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการหาทางรุกเข้าสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน
การประกาศว่าจะทำ แต่มีคำถามว่าทำจริงหรือ หรือเป็นเพียงราคาคุยเท่านั้น แต่ราคาหุ้นบริษัทที่ออกข่าวพาเหรดวิ่งขึ้นไปรอตั้งไกลแล้ว เพราะฉะนั้น นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวัง จะเข้าไปลุยต้องเลือกให้ดี เพราะในตลาดมีหลายตัว หากดู บจ.ที่ทำจริงๆ มีพัฒนาการเติบโตต่อเนื่องให้เห็น เช่น บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) บริษัท เอสพีซีจี (SPCG)
"โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์" ประธานกรรมการบริหาร GUNKUL กล่าวว่า ธุรกิจพลังงานทางเลือกได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะเห็นโอกาสจากนโยบายรัฐและความต้องการใช้พลังงานที่แต่ละปีมีกว่า 1,000 เมกะวัตต์ แต่การทำธุรกิจตอนนี้ไม่สวยหรูแบบอดีต จะยากขึ้น เมื่อมีผู้เล่นมาก การแข่งขันจะมีความรุนแรง ผลตอบแทนที่ได้ก็ลดลง เงินลงทุนก็มากขึ้น ขณะที่ธนาคารพาณิชย์เองเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายคนที่อยู่รอดต้องสายป่านยาว ต้องออกไปลงทุนในต่างประเทศ เพราะหากรอเพียงในประเทศเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีกติกาและกฎระเบียบออกมาเพื่อควบคุมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน







