บิ๊กตู่เผยรัฐบาลกำลังจองถนนสู่ประชาธิปไตย
"ประยุทธ์" ยัน รัฐบาลกำลังจองถนนสู่ประชาธิปไตย ยกการแสดงโขนตอน "ยกรบสมานฉันท์"เป็นตัวอย่างชี้ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือคงเป็นไปได้ยาก
"ประยุทธ์" ยัน รัฐบาลกำลังจองถนนสู่ประชาธิปไตย ยกการแสดงโขนตอน "ยกรบสมานฉันท์"เป็นตัวอย่างชี้ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือคงเป็นไปได้ยาก
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. เวลา 11.00 น. ที่เวทีกลางอาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานศิลปาชีพ ประทีปไทยโอทอป ก้าวไกล ด้วยพระบารมีภายใต้ชื่อ "งานโอทอป ศิลปาชีพ ประทีปไทย สมเด็จแม่ทรงให้ ภูมิปัญญาไทย...สู่สากล" โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รองราชเลขาธิการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คณะทูตานุทูตและข้าราชการภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ในช่วงต้นคณะจัดงานได้นำโขนชุดพิเศษจองถนน ตอน ยกรบสมานฉันท์มาแสดงก่อนเปิดงาน ซึ่งมีเนื้อหาสื่อถึงความสมานฉันท์และการปรองดอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานช่วงหนึ่งว่า หลังจากได้ดูโขนก็เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของไทย วันนี้เราต้องการปรองดองสมานฉันท์ ในโขนมีหนุมานเพียวตัวเดียว ตอนนี้รัฐบาลก็กำลังจองถนนเพื่อไปสู่ประชาธิปไตยเช่นเดียวกันจึงต้องการหนุมานสัก 20 ตัว เพราะถนนของเราค่อนข้างที่จะขรุขระข้ามน้ำข้ามทะเลมา ขณะเดียวกันก็มีสัตว์ร้ายหลายตัวคอยจ้อง มีเสือร้ายทำนองนี้ก็ต้องระมัดระวัง เพราะวันนี้กำลังจองถนนอยู่ ถนนประชาธิปไตย ซึ่งไม่ต้องเร่งรีบอะไรนักเพราะเป็นไปตามโรดแมปที่เราวางไว้ วันนี้อยากให้คนไทยทุกคนคิดถึงประวัติศาสตร์ในอดีตเพราะจะเป็นบทเรียนในวันนี้และวันต่อๆ ไป
"วานนี้ (9 ส.ค.) ผมได้เดินทางไปวันชาติสิงคโปร์ได้ดูว่า 50 ปีที่ผ่านมาเขาทำอะไรบ้างก็ค่อนข้างอึดอัด อยากให้คนไทยเป็นเหมือนเขาแต่คงย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว เพราะคนไทยเหมือนลูกโป่งที่ปล่อยมานานแล้ว แต่ของสิงคโปร์เขาค่อยๆ ปล่อยออกมาจนวันนี้ทุกอย่างเรียบร้อยมีความก้าวหน้า มีความทันสมัยแค่ระยะเวลาเพียง 50 ปีเท่านั้น ผมก็นั่งคิดว่าถ้าเราเริ่มตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ประมาณ 200 ปียังไปไหนไม่ค่อยได้ คอยแต่ย้อนกลับไปสู่ที่เก่า ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจและคิดว่าต้องกลับมาสร้างความเข้าใจกับคนในชาติใหม่ว่าเราจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันให้ได้เหมือนโขนสองฝั่งที่ได้ชมเมื่อสักครู่ที่เขาพยายามที่จะสร้างการรับรู้ให้กับพวกเรา ดังนั้นเราจะไปไหนไม่ได้ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้ต่อให้มีหนุมานต่อให้มีหัวหน้าคสช.สัก 10 คนก็ไปไม่ได้ทั้งหมด เพราะทุกคนมัวแต่มุ่งในสิ่งเดิมๆ ทั้งหมด"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องกลับมาทบทวนเหมือนอย่างประเทศสิงคโปร์ที่ใช้เวลาเพียง 50 ปีจากประเทศที่ยากจนที่สุด มี คนน้อยที่สุดวันนี้มีคนถึง 5 ล้านกว่าคน แต่มีเศรษฐกิจดีระดับโลก ตอนไปพบผู้นำต่างประเทศเขาก็ไม่ได้รังเกียจและยังบอกด้วยว่าเขาอยากมาประเทศไทย และถามว่าประเทศไทยวันนี้มีเสถียรภาพและสงบสุขหรือยังตนก็ตอบเขาไปว่าประเทศไทยเลิกทะเลาะกันแล้ว แต่ถ้าทะเลาะกันอีกก็จะเอาโขนไปสู้
"ผมได้ฟังความเป็นไปและเป็นมาก็รู้สึกสะท้อนใจ เขาลำบากกว่าคนไทยมากจนยิ่งกว่าคนไทยแต่วันนั้นเขามีรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธีด้วยการใช้กฎหมาย การทำให้คนเข้าถึงความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ หาที่อยู่ที่อาศัย หาอาชีพให้ทุกคนและวางแผนว่าประเทศจะเดินหน้าไปอย่างไร สิ่งแรกที่สิงคโปร์ทำคือเอาความยากจนมาเป็นศูนย์รวมให้ทุกคนได้ร่วมกันจัดรัฐบาลในการทำงาน แต่ประเทศไทยกลับเอาความยากจนมาสร้างความขัดแย้งจนเกิดความแตกต่าง ดังนั้นวันนี้เราต้องเอาความขัดแย้งและความยากจนมาทำให้ทุกคนเข้าถึงทุกอย่าง ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันเพื่อวางแผนอนาคตในวันข้างหน้า ไม่ย้อนกลับไปสู่ปัญหาที่เดิม"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีทุกอย่างถ้าอดีตนายกฯ สิงค์โปร์มาอยู่เมืองไทยคงไม่เป็นแบบนี้และประเทศไทยคงเลิกทะเลาะกันมานานแล้ว ตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยแบบไทยจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคตก็ขอฝากทุกคนไว้ว่าด้วยเพราะตนคงไม่ได้อยู่ที่จะทำให้ตลอดไป อย่าลืมว่าประวัติศาสตร์คืออดีตมีทั้งดีและไม่ดี อะไรที่ดีก็จงภูมิใจและทำต่อไปและต้องรักษาไว้ให้ได้ อะไรที่เป็นความขัดแย้งต้องเลิก อย่าไปทำ ไม่ใช่เอาประวัติศาสตร์มายืดเยื้อโดยการทะเลาะเบาะแว้งกันตลอดเวลามันไม่ได้ ประวัติศาสตร์เป็นตัวกำหนดว่าปัจจุบันควรจะอยู่อย่างไร ประเทศเราต้องอยู่กับปัจจุบันและต้องกำหนดว่าอนาคตเราจะอยู่อย่างไร เราต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด วันนี้เรากำลังสร้างประวัติศาสตร์ของวันข้างหน้า ถ้าเราทำอะไรที่ไม่ดีในวันข้าวหน้าก็จะเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่ดีเหมือนที่ผ่านมา ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน







