posttoday
'กลไกราคา'พิการ ขึ้นได้ลงไม่ได้

'กลไกราคา'พิการ ขึ้นได้ลงไม่ได้

08 สิงหาคม 2558

นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาพลังงานที่เป็นต้นทุนราคาค่าขนส่งและต้นทุนราคาสินค้าได้ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาพลังงานที่เป็นต้นทุนราคาค่าขนส่งและต้นทุนราคาสินค้าได้ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยหากพิจารณาราคาน้ำมันที่สูงสุดเมื่อเดือน มิ.ย. 2557 จนถึงขณะนี้ พบว่าน้ำมันดิบราคาลดลงกว่า 50% ขณะที่น้ำมันสำเร็จรูปที่สิงคโปร์ลดลงกว่า 40%

ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ประกาศว่า ปตท.และบางจากได้ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดลง 40 สตางค์/ลิตร ยกเว้นแก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลง 20 สตางค์/ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.เป็นต้นไป เนื่องจากค่าการตลาดอยู่ที่ระดับกว่า 2 บาท/ลิตร หลังราคาน้ำมันโลกลดลงต่อเนื่อง

เป็นที่สังเกตว่า ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงมาอยู่ที่ 22.89 บาท/ลิตร ถือว่าต่ำสุดในรอบ 6 ปี 3 เดือน

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากราคาขายปลีกน้ำมันตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค. 2558 จนถึงปัจจุบัน พบว่า ราคาเบนซิน 95 ปรับลดลงแล้ว 2.20 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ลดลง 1.70 บาท/ลิตร อี20 ลดลง 60 สตางค์/ลิตร ดีเซลที่มีการใช้ในภาคขนส่งมากที่สุดวันละ 60 ล้านลิตร ราคาลดลงมากที่สุด 3.50 บาท/ลิตร

ขณะที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติลดราคาก๊าซแอลพีจีลงมา 1 บาท/กก. ราคาปรับลดลงเหลือ 22.96 บาท/กก. จากเดิม 23.96 บาท/กก. ก๊าซหุงต้มขนาดถัง 15 กก. ลดลงทันทีถังละ 15 บาท โดยราคาแอลพีจีที่ลดลง 1 บาท ทำให้ต้นทุนก๋วยเตี๋ยวลดลงเพียง 5 สตางค์/ชามเท่านั้น เช่นเดียวกับค่าขนส่ง รถแท็กซี่ที่ใช้วันละ 7-8 กก./กะ จะช่วยลดรายจ่ายได้ 20 บาท 

มนูญ ศิริวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ออกมาเรียกร้องว่า กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคมจะต้องเร่งเข้าไปดูแลในเรื่องต้นทุนราคาสินค้าและบริการ ค่าโดยสาร โดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคทั้งประเทศ เพราะราคาน้ำมันลดลงมากกว่า 40% แล้ว แต่ราคาสินค้า ค่าโดยสารพาหนะทุกประเภทกลับไม่ลดลง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการมักอ้างเรื่องราคาน้ำมันแพงมาขึ้นราคาสินค้าโดยตลอด

สอดรับกับ ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สนพ. ที่ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลงมานั้นจะมีการส่งสัญญาณไปให้กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีตัวแทนอยู่ใน กบง. ได้พิจารณาถึงต้นทุนค่าขนส่งให้เหมาะสม

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้กลไกราคาในตลาดการค้าเสรีของเมืองไทยจึงบิดเบี้ยว และรัฐบาลควรจะทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับจากราคาสินค้าที่ "ขึ้นได้ ลงไม่ได้"

บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ผลการศึกษาราคาน้ำมันดีเซลที่มีผลกระทบต่อราคาสินค้า พบว่าราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงมาจาก 29.99 บาท/ลิตร เหลือ 23.29 บาท/ลิตร หรือลดลง 22.34% มีผลต่อต้นทุนราคาสินค้าให้ลดลงแค่ 0.1-1% เท่านั้น

สินค้าที่ต้นทุนลดลง 0.1% เป็นกลุ่มสินค้าน้ำหนักเบา เช่น เส้นหมี่ ผงชูรส ผงซักฟอก ยาสีฟัน สบู่ ฯลฯ ส่วนสินค้าที่ต้นทุนลดลง 1% จะเป็นกลุ่มสินค้าหนัก เช่น คอนกรีตบล็อก ปูนซีเมนต์ เหล็ก หมวกกันน็อก

ดังนั้น แม้ว่าราคาน้ำมันดีเซลจะปรับตัวลดลง แต่ก็มีต้นทุนค่าขนส่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิตสินค้าเท่านั้น เพราะต้นทุนการผลิตสินค้าส่วนใหญ่อยู่ที่วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต 70-80% ที่เหลือเป็นต้นทุนค่าขนส่ง ต้นทุนจากค่าแรงงาน ค่าเช่าโกดัง และที่ผ่านมาก็ไม่เคยอนุมัติให้ผู้ประกอบการใช้ข้ออ้างดังกล่าวมาปรับขึ้นราคาสินค้า

อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค จะมีการเชิญผู้ประกอบการสินค้าในกลุ่มสินค้าหนักที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงมาหารือในเร็วๆนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ต้นทุนของราคาสินค้าในกลุ่มเหล่านี้ และดูว่าจะมีรายการไหนที่ยังพอจะปรับลดราคาลงมาได้บ้าง

“ที่คนมองว่าราคาสินค้าแพงขึ้น ถ้าไปดูจริงๆ แฟ้บ สบู่ ยาสีฟัน มาม่า ราคาไม่ได้ขยับขึ้นเลย ขณะที่สินค้ากว่า 10 รายการ ได้มีการปรับลดราคาลง 5-8% ตามต้นทุนที่ลดลง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น กระเบื้อง ถุงพลาสติก และปุ๋ยเคมี ” อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจง

บริษัท ฮอท พอท (HOT POT) ชี้แจงว่า การที่ราคาน้ำมันปรับลดลงมีผลให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าไปตามสาขาต่างๆ ปรับตัวดีขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ไม่พอที่จะทำให้ต้นทุนโดยรวมลดลง เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบจำพวกอาหารหรือผักยังเป็นต้นทุนที่สูงอยู่ และความจริงราคาวัตถุดิบในปีนี้มีราคาแพงกว่าปีก่อน เพียงแต่การบริโภคของประชาชนน้อยลงมาก สิ่งที่บริษัททำมากขึ้นคือ การออกโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายมากกว่า เพราะกำลังซื้อน้อยลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ

สอดรับกับ สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าส่ง-ค้าปลีก กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สินค้าส่วนใหญ่ไม่สามารถปรับราคาลดลงได้ทันที เนื่องจากน้ำมันเป็นเพียงต้นทุนอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากต้นทุนค่าขนส่งแล้วยังมีต้นทุนในด้านของค่าแรง ต้นทุนค่าสถานที่ และค่าการตลาด และเจ้าของสินค้าส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในห้างค้าปลีก ซึ่งต้นทุนที่มาจากช่องทางขายดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ที่ยังไม่เห็นราคาสินค้าหรือค่าขนส่งปรับลดลงตามราคาน้ำมันนั้น ไม่ใช่ว่ากลไกตลาดไม่ทำงาน แต่เพราะสินค้ามีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้ เช่น ค่าจ้างงานและเงินเดือนพนักงานที่มีการปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 5% รวมอยู่ในโครงสร้างราคาสินค้า จึงทำให้ไม่สามารถปรับลงได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงจะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ 0.2-0.3% โดยราคาน้ำมันจะมีผลต่อต้นทุนค่าขนส่งประมาณ 10% และค่าขนส่งจะมีผลต่อต้นทุนราคาสินค้าประมาณ 20-30%

จุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ในวันที่ 18 ส.ค.นี้ กรมเจ้าท่าได้นัดผู้ประกอบการเรือทั้งหมดประชุมหารือเรื่องการปรับโครงสร้างค่าโดยสารเรือใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาจะยึดหลักอัตราน้ำมันที่เพิ่มขึ้น-ลดลงเป็นหลัก หากคิดพื้นฐานค่าโดยสารเรือเดิม เมื่อราคาน้ำมันดีเซลลดลงเหลือ 22.89 บาท/ลิตร ค่าเรือโดยสารจะต้องลดลงอีกระยะละ 1 บาท ค่าเรือข้ามฟากต้องลดลง 0.50 สตางค์

เช่นเดียวกับ นพรัตน์ การุณยะวนิช รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง (บขส.) กล่าวว่า ขณะนี้ บขส.ยังไม่มีการปรับลดค่าโดยสารแต่อย่างใด เพราะหลักการปรับขึ้นหรือลดลงของค่าโดยสารรถ บขส. และรถร่วม บขส. ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง แต่ยอมรับว่าราคาค่าโดยสารปัจจุบันคิดในอัตราที่ราคาน้ำมันลิตรละ 26 บาท เมื่อราคาน้ำมันดีเซลลดลงเหลือ 22.89 บาท/ลิตร อัตราค่าโดยสารก็น่าจะปรับลดลง 4-5 สตางค์/กิโลเมตร

ขณะที่ สุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง กล่าวว่า ไม่ควรลดค่าโดยสาร เพราะผู้ประกอบการมีต้นทุนหลายอย่าง อีกทั้งขณะนี้รถมีผู้โดยสารแค่ 20-30% เท่านั้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโลกย่ำแย่ คนไม่ค่อยเดินทาง

จะเห็นได้ว่าราคาน้ำมันที่ผู้ประกอบการเคยอ้างว่ามีภาระสูงขึ้นยามราคาพุ่ง ไม่ได้มีผลกับราคามากมาย แต่ที่ผ่านมาผู้บริโภคถูกต้มมาตลอด...

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา