posttoday
ศก.จีนทรุดหนัก จับตามังกรอัดฉีดอีกยก

ศก.จีนทรุดหนัก จับตามังกรอัดฉีดอีกยก

04 สิงหาคม 2558

สภาพเศรษฐกิจแดนมังกรอยู่ในช่วงซบเซาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบ 20 ปี กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับรัฐบาลจีน เพราะกำลังสร้างความสุ่มเสี่ยงว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้อาจโตไม่ถึง 7% ตามที่ตั้งเป้าไว้

สภาพเศรษฐกิจแดนมังกรอยู่ในช่วงซบเซาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบ 20 ปี กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับรัฐบาลจีน เพราะกำลังสร้างความสุ่มเสี่ยงว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้อาจโตไม่ถึง 7% ตามที่ตั้งเป้าไว้

แม้ตัวเลข 7% จะดูเป็นตัวเลขที่ไม่แย่นักสำหรับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ แต่หากรัฐบาลจีนไม่สามารถรักษาอัตราการเติบโตตามเป้าหมายได้ ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะกลายเป็นการ “ติดเบรก” เศรษฐกิจในภาพรวม

และล่าสุดดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญสำหรับวัดแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจของไฉ่สิ่น นิตยสารการเงินชื่อดังของจีนซึ่งเข้ามารับช่วงต่อจากธนาคารเอชเอสบีซี ประจำเดือน ก.ค. ปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 47.8 จุด จากเดิมที่ 49.4 จุด เมื่อเดือน มิ.ย. กำลังบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนกำลังหดตัว กรณีดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงความเสี่ยงว่าจีดีพีจีนในปีนี้อาจโตไม่ถึงเป้าที่ 7% ดังนั้นภายในครึ่งปีหลังนี้น่าจะมีโอกาสได้เห็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

ยืนยันในการประชุมคณะกรรมการบริหารสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โพลิทบูโร) เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีการแถลงว่าทางพรรคเตรียมนโยบาย “ชิงลงมือก่อน” สำหรับช่วงครึ่งปีหลังไว้แล้ว

ทั้งนี้ เครื่องยนต์สำหรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีอยู่ 4 ตัวด้วยกัน ได้แก่ การบริโภคภายในประเทศ การลงทุนภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ และการส่งออก ในปัจจุบันเห็นได้ชัดว่า การส่งออกที่เคยเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงตามสภาพเศรษฐกิจโลกและการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีน การบริโภคภายในประเทศจึงชะลอตัวตามไปด้วย และส่งผลให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุน จึงเหลือแต่การลงทุนจากภาครัฐเท่านั้นที่ยังพอขับเคลื่อนได้ และต้องรับบทบาทในการเป็นตัว “จุดระเบิด” ให้เศรษฐกิจอีกครั้ง

จู่ชี่ปิง นักวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคของมินซู ซีเคียวริตี้ ในจีน แสดงความเห็นว่า นโยบายทางการคลังถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เลยทีเดียว พร้อมยังเสริมทัศนะอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลจีนได้ส่งสัญญาณชัดเจนสำหรับการใช้นโยบายการคลังรอบใหม่แล้ว

ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนได้เริ่มใช้นโยบายการเงินเพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวแรงเกินไป ทั้งการออกมาตรการปรับผ่อนคลายกฎเกณฑ์วงเงินให้รัฐบาลท้องถิ่นสามารถแปลงหนี้เป็นสินทรัพย์ได้มากขึ้นเพื่อเป็นทุนสำหรับการใช้จ่ายของรัฐบาล

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังขยายเพดานการปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการดำเนินนโยบายของรัฐอีกด้วย เพื่อเป็นส่วนเสริมนโยบายของรัฐบาลในการขยายสินเชื่อ รวมถึงการปรับลดสัดส่วนทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์

ด้าน ดาเรียซ โควาลส์ซิค นักยุทธศาสตร์การลงทุนของ เครดิต อาร์กริโคล ซีไอบี เปิดเผยว่า ทางสถาบันการเงินเชื่อว่ารัฐบาลจีนจะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเช่นเดียวกับการปรับลดสัดส่วนเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ (อาร์อาร์อาร์) ลงอีก

สอดคล้องกับรายงานนักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ ที่ระบุว่า หากไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล การเติบโตจะอยู่ในความเสี่ยงที่จะตกต่ำ ความมีนัยสำคัญและพลาดเป้าในที่สุด

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนได้เดินหน้าในการปรับปรุงระบบท่อระบายน้ำในเมืองใหญ่ทั่วประเทศให้มีความทันสมัยมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ในมณฑลทางภาคตะวันออกของจีน ซึ่งยังมีสภาพเศรษฐกิจที่เติบโตด้อยกว่าตะวันออก ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการอัดฉีดเงินผ่านโครงการลงทุนของรัฐบาลอาจเป็นการกระตุ้นให้สัดส่วนหนี้ในจีนทะยานขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนพยายามจะเข้าไปควบคุมอยู่ในขณะนี้

รัฐบาลจีนพยายามปรับโครงการเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการลงทุนเป็นการพึ่งพาการบริโภคภายใน โดยลดสัดส่วนการลงทุนจากภาครัฐลง ซึ่งเป้าหมายหนึ่งคือ เพื่อควบคุมระดับหนี้ของประเทศซึ่งโดยรวมแล้วสูงกว่า 200% ต่อจีดีพี ทำให้สภาพเศรษฐกิจจีนดูดีแต่ตัวเลข แต่ “ไส้ใน” เต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเคยทำให้เกิดการพองตัวของฟองสบู่ในตลาดหุ้นจีนมาแล้ว ยืนยันได้จากช่วงครึ่งปีแรกที่การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จะตามมาด้วยการเพิ่มการเก็งกำไรในตลาดหุ้นเสมอ เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่ารัฐบาลจีนจะไม่ต้องออกมาตรการกระตุ้นเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจต้องชะลอตัวอย่างรวดเร็วอย่างแน่นอน

ดังนั้น หากรัฐบาลตัดสินใจคลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายของภาครัฐในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ในอีกทางหนึ่งย่อมกลายเป็นการกระตุ้นพฤติกรรมเก็งกำไรของนักลงทุนอย่างแน่นอน ซึ่งจะส่งผลให้พฤติกรรมที่ลงทุนอย่างขาดความระมัดระวัง และกระทบกระเทือนต่อเป้าหมายใหญ่ของจีนในการปฏิรูปเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าขณะนี้การกระตุ้นจากรัฐบาลเป็นหนทางเดียวที่รัฐบาลจีนจะสามารถจุดสตาร์ทเศรษฐกิจจีนให้กลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง ทั้งนี้ในปัจจุบันทั้งภาคเศรษฐกิจจริงและเศรษฐกิจในโลกการเงินของจีนต่างอยู่ในสภาพย่ำแย่ถ้วนหน้า การส่งออกและการนำเข้าชะลอตัว ตลาดหุ้นดิ่งลงเกือบ 10%

ดังนั้น เศรษฐกิจจีนในปัจจุบันจึงแทบไม่สามารถพึ่งพากลไกอื่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เลย นอกจากการลงทุนของรัฐบาลเท่านั้น

จูไฮ่ปิน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเจ.พี.มอร์แกน แสดงความเห็นว่า ขณะนี้แทบไม่มีสัญญาณว่าภาคการผลิตจีนจะสามารถฟื้นตัวได้เลย แต่อาจมีโอกาสได้เห็นภาคการผลิตผงกหัวขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้หากรัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ ระบุตรงกันว่า การที่รัฐบาลลงทุนในภาคส่วนที่ยังคงขาดแคลนการลงทุนสามารถกระตุ้นการเติบโตในระยะสั้นได้ และสามารถผ่อนคลายความกังวลด้านการลงทุนได้ ซึ่งจะส่งผลช่วยหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจจีนกำลังย่ำแย่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ดังนั้น ด้วยอัตราความเสี่ยงสูง รัฐบาลจีนจำเป็นต้องพิจารณาการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังอย่างถี่ถ้วน มิฉะนั้นการใช้นโยบายที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปอาจส่งผลในแง่ลบก็ได้ ต้องยอมรับว่าการเติบโตบนพื้นฐานของกองหนี้กลายเป็นจุดอ่อนของจีนไปแล้วในปัจจุบัน และเป็นข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลายอย่าง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน