
บทส่งท้าย การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (จบ)
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน
ปัญหาเรื่องการทำแท้งเป็นเรื่องย้อนแย้ง (Controversy) ที่ทุกสังคมไม่อาจหาฉันทามติ (Consensus) ของสมาชิกทั้งหมดได้ แนวคิดหลักๆ มี 2 แนวคือ ฝ่ายสนับสนุนชีวิต (Pro Life) กับฝ่ายสนับสนุนทางเลือก (Pro Choice) ฝ่ายสนับสนุนชีวิตต้องการปกป้องสิทธิที่จะมีชีวิตของเด็กในครรภ์ทุกกรณี จึงคัดค้านการทำแท้ง ส่วนฝ่ายสนับสนุนทางเลือกของแม่ จึงเปิดโอกาสให้แม่เลือกว่าจะตั้งท้องต่อไปจนคลอดหรือจะยุติการตั้งครรภ์ในอดีต ฝ่ายศาสนจักรมักเป็นฝ่ายสนับสนุนชีวิต ดังกรณีของคริสต์ศาสนาที่ถือการร่วมเพศของมนุษย์คู่แรกคือ อดัมกับอีฟ เป็นบาป และพระเจ้าก็ไล่ให้ทั้งคู่ออกไปพ้นจากสวนสวรรค์อีเดน
นอกจากนั้นยังทำให้ทั้งคู่หมดสิ้นความเป็นอมตะ จึงต้องมีเพศสัมพันธ์เพื่อการสืบพืชพันธุ์ต่อไป โดยศาสนจักรกำหนดขอบเขตการมีเพศสัมพันธ์ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อหญิง-ชายมีการแต่งงานกันถูกต้องตามศาสนบัญญัติเท่านั้น เพศสัมพันธ์นอกเหนือจากนั้นเป็นผิดบาป
แต่เพราะความต้องการทางเพศเป็นสัญชาตญาณ และสมองมนุษย์ก็พัฒนามามาก จนมนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ฉลาดที่สุด แต่ก็เหงามากที่สุด ผลที่ตามมาคือมนุษย์จำนวนไม่น้อยแก้เหงาโดยการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งบางครั้งเกิดผลคือการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ที่มนุษย์จำนวนหนึ่งไม่สามารถที่จะอุ้มท้องต่อไปจนคลอด เพราะอาจทำให้ชีวิตอับปางลง แต่สังคมในอดีตกาลที่ศาสนจักรยังมีอิทธิพลครอบงำ จึงนอกจากจะถือว่าการทำแท้งเป็นบาปแล้ว ยังถือเป็นอาชญากรรมด้วย
เมื่อสังคมพัฒนาขึ้น ก็เริ่มมีแนวคิดว่า การทำแท้งควรเป็นเรื่อง “สิทธิส่วนตัว” (Right to Privacy) ของบุคคล เช่นเดียวกับความเชื่อทางศาสนา และรสนิยมทางเพศ ประเทศที่บูชาสิทธิเสรีภาพมาตั้งแต่แรกก่อตั้งอย่างสหรัฐอเมริกา ศาลสูงสุดจึงตัดสินให้กฎหมายห้ามทำแท้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ การทำแท้งในมลรัฐส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาจึงเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งขัดขวางผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง จึงเกิดการต่อต้านและคุกคามต่อคลินิกทำแท้งปรากฏเป็นข่าวเป็นครั้งคราว
อังกฤษแต่เดิมก็จำกัดการทำแท้งให้ทำได้แคบมาก จากแนวคิดว่าการทำแท้งเป็นบาปและเป็นอาชญากรรม การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ ไม่ได้มีการถกเถียงรุนแรงเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว เหตุผลสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ คือการมุ่งแก้ปัญหาสังคม เพราะกฎหมายเดิมทำให้สังคมอังกฤษเป็นสังคมหน้าไหว้หลังหลอก ที่คนมีเงินสามารถไปซื้อบริการที่ปลอดภัยและปกปิดได้ ขณะที่คนจนส่วนใหญ่ต้องเสี่ยงอันตรายไปทำแท้งกับหมอเถื่อนทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนถึงตายปีละ 30-40 ราย ดังนั้นจึงต้องแก้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ และน่ายินดีที่อังกฤษทำจนสำเร็จก่อนประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันตก และสหรัฐก็มีการปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง ได้กฎหมายที่ก้าวหน้ากว่ากฏหมายของอังกฤษ ในแง่ให้สตรีมีสิทธิเลือกมากขึ้นด้วย เพราะเรื่องทำแท้งเป็นปัญหาละเอียดอ่อน มีทั้งผู้เห็นด้วยและเห็นแย้งอย่างรุนแรง รัฐบาลจึงไม่อาจหาญที่จะเป็นผู้นำในการปฏิรูป
ความสำเร็จของวงการปฏิรูปกฎหมายในอังกฤษ ตั้งต้นจากกลุ่มบุคคลที่มองเห็นปัญหา และไม่สามารถทนเห็นสภาพหน้าไหว้หลังหลอกในสังคม โดยเฉพาะไม่อาจทนกับความทุกข์ทรมานอย่างโหดร้ายทารุณ ที่ผู้หญิงที่ยากจนบางคนต้องประสบ จึงรวมตัวกันเป็นสมาคม โดยตั้งชื่ออย่างชัดเจนไม่ปิดบังว่า สมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้ง น่าสนใจว่า กลุ่มบุคคลที่เป็นแนวหน้าในการทำงานนี้มาอย่างต่อเนื่องเป็นสตรีทั้งชั้นกลางและชั้นสูง มีบุรุษที่มาร่วมขบวนอย่างแข็งขันจำนวนหนึ่ง รวมทั้งแพทย์ที่ต่อสู้เคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ มีการศึกษาปัญหา จัดทำข้อมูล สร้างแนวร่วมอย่างกว้างขวาง โดยการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ใช้เครื่องมือทุกชนิด ทั้งการพูดกับกลุ่มคน สมาคมสตรี ชุมชน โดยสื่อทุกรูปแบบ ทั้งจดหมาย แผ่นพับ วารสาร การพูดทางวิทยุ การให้ข่าว เป็นต้น ข้อสำคัญมีการรณรงค์กับฝ่ายการเมือง ทั้งในรัฐบาลและรัฐสภา อย่างเป็นระบบ ใช้ “ช่องทางติดต่อ” (Connection) ทั้งโดยตรงโดยอ้อม ทั้งกับพรรคการเมือง ฟากรัฐบาลและฝ่ายค้าน ศึกษากลไกในรัฐสภาอย่างละเอียด และกุมสภาพไว้ทุกขั้นตอน ไม่ยอมให้พลาดได้
น่าสนใจว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีการพิจารณาหาผู้เสนอโดยการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ในที่สุดได้ เครสตีล สส.หน้าใหม่จากพรรคเสรีนิยม ซึ่งอยู่ฟากฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอ มีการให้ข้อมูลทั้งประเด็นข้อเท็จจริงและในแง่กฎหมายอย่างละเอียดลออ รวมทั้งการพาไปดูปัญหาให้เห็นประจักษ์ด้วยตาตนเอง เมื่อกฎหมายเข้าสู่สภาก็มีการสร้างข่าวในสื่อมวลชนประสานรับอย่างมีจังหวะจะโคน การอภิปรายในสภาก็มีการวางตัวผู้อภิปรายเสนอ โต้แย้ง ขัดจังหวะ ป้องกันมิให้มี “ข่าวหลุด” ออกไปในทางที่จะเป็นผลเสียแก่ขบวนการในฝ่ายรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีเลือกที่จะวางตัวไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่อนุญาตให้รัฐมนตรีสนับสนุนทั้งอภิปรายช่วยในสภาจาก “ที่นั่งแถวหน้า” และการส่งทีมเข้าไปช่วยแก้ไขถ้อยคำในขั้นกรรมาธิการ จนในที่สุดกฎหมายก็ผ่านสภาออกมาโดยเรียบร้อย มีการประนีประนอมในบางเรื่อง แต่หลักการสำคัญที่จะให้กฎหมายมีประสิทธิผลในการแก้ปัญหาหลักยังอยู่ครบถ้วน
ข้อสำคัญ ขบวนการปฏิรูปรู้แล้วว่าแม้กฎหมายจะผ่านสภาออกมา แต่จะยังมีปัญหาในหลายจุดที่ระบบบริการของรัฐถูกครอบงำโดยผู้ต่อต้านการทำแท้ง ขบวนการปฏิรูปจึงจัดตั้งองค์กรการกุศลตั้งหน่วยบริการรองรับในพื้นที่ รวมทั้งยังเกาะติด เฝ้าระวังติดตาม ผลักดัน แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ในคลินิกให้บริการทำแท้งบางแห่งยังมีกลุ่ม “สนับสนุนชีวิต” ไปแสดงการต่อต้านเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคแก่ผู้มีปัญหาต้องการไปใช้บริการแต่อย่างใด
ในทุกสังคมย่อมไม่สามารถทำให้ทุกคนเห็นเหมือนกันได้ แต่ในสังคมอารยะสามารถจัดให้คนที่เห็นต่างอยู่ร่วมกันได้โดยสันติ
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คนไทย สังคมไทย ต้องเรียนรู้ เพื่อให้สามารถสร้างสังคมไทยที่เป็นอารยะและอยู่ร่วมกันได้โดยสันติอย่างแท้จริง







