
ห้าม3จังหวัดใต้ใช้ถังแก๊สเหล็ก
“อีโอดี” ยืนยันถังคอมโพสิตพลัสปลอดภัย-ไร้สะเก็ดระเบิดอันตรายน้อยกว่าถังเหล็ก
“อีโอดี” ยืนยันถังคอมโพสิตพลัสปลอดภัย-ไร้สะเก็ดระเบิดอันตรายน้อยกว่าถังเหล็ก
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ออกคำสั่งให้เปลี่ยนชนิดถังแก๊สในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา จากเดิมที่มีการใช้ถังเหล็กขนาด 15 กิโลกรัม ให้เปลี่ยนเป็นถังคอมโพสิตพลัสขนาด 11 กิโลกรัม และห้ามมิให้มีการบรรจุและจำหน่ายถังเหล็กขนาด 15 กิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ให้บริษัทผู้ประกอบการนำถังแก๊สคอมโพสิตมาใช้แทนถังเหล็ก ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-30 ก.ย. 2559 และให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมสถานีบริการบรรจุก๊าซและสถานีบริการก๊าซรถยนต์ เพื่อไม่ให้มีการลักลอบบรรจุก๊าซข้ามแบรนด์ และไม่ให้มีการบรรจุก๊าซลงถังหุงต้มในสถานีบริการก๊าซรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไป
ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รองหัวหน้าชุดหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) จ.นราธิวาส กล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างถังเหล็กกับถังคอมโพสิตพลัส คือถังเหล็กจะสร้างความเสียหายและความรุนแรงในการจุดระเบิดมากกว่า เนื่องจากสภาพถังที่เป็นเหล็ก เมื่อเกิดแรงระเบิดถังแก๊สก็จะแตกกระจัดกระจายกลายเป็นสะเก็ดระเบิด ซึ่งถือว่าอันตรายอย่างมาก
สำหรับถังคอมโพสิตพลัสลักษณะถังแก๊สจะเป็นพลาสติกน้ำหนักเบา เมื่อจุดระเบิดความรุนแรงจะเบากว่าและจะไม่มีสะเก็ดระเบิด แต่ก็ยังต้องระวังเช่นเดิมเพราะคนร้ายก็จะเปลี่ยนแปลงวิธีไปใช้วัสดุอย่างอื่นมาก่อเหตุอีก
ร.ต.ท.พลวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนการห้ามบรรจุก๊าซข้ามแบรนด์นั้น เพื่อเป็นการตรวจสอบได้ง่ายหากผู้ก่อความไม่สงบนำถังแก๊สมาก่อเหตุและตรวจพบว่ามาจากยี่ห้อหรือแบรนด์ใด การตรวจสอบแหล่งที่มาก็จะง่ายขึ้น เช่น นำถังแก๊สของ ปตท. ไปเติมกับสยามแก๊สนั้นถือว่าผิด
วันเดียวกันเกิดเหตุคนร้ายปลอมตัวเป็นหญิง ก่อนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่เจ้าหน้าที่ 2 นาย ที่อยู่ในร้านน้ำชา ต.รือเสาะ จ.นราธิวาส แต่กระสุนยิงออกเพียงแค่นัดเดียวก็ขัดลำกล้อง ส่งผลให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ขณะที่คนร้ายซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จอดรออยู่ด้านหน้าหลบหนีไปได้







