
ชทพ.เเนะรัฐ-ศอฉ.ปฏิบัติหน้าที่อย่ากระทบปชช.
วัชระ แนะ รัฐบาล-ศอฉ.ระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้กระทบประชาชน หลังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 19 จังหวัด
วัชระ แนะ รัฐบาล-ศอฉ.ระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้กระทบประชาชน หลังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 19 จังหวัด
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชิไทยพัฒนา แถลงว่า การคงพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยขยายและยืดออกไปใน 19 จังหวัด พรรคมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินว่าการตัดสินใจดังกล่าวของรัฐบาลเป็น เรื่องที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรก็ดีหากมองในแง่ของสิทธิของประชาชนพรรคมองว่า การคงพ.รก.ฉุกเฉินไว้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ทั้งนี้ พรรคอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ต้องใช้อำนาจอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
นายวัชระ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่พรรคดูแลงานด้านการท่องเที่ยวมีเสียงสะท้อนจะผู้ประอบการ,นักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีความกังวลใจ โดยมีนักท่องเที่ยวบางส่วนทบทวนและยืดเวลาในการตัดสินใจเดินทางมายังประเทศ ไทย พรรคมองว่าเรื่องนี้ผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้แทนการค้า หรือรัฐบาลควรเร่งทำความเข้าใจว่าว่า การคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนและผู้ที่เดิน ทางมายังประเทศไทย
“รัฐต้อง ระมัดระวังและสังวรณ์ว่าการปฏิบัติหน้าที่ต้องไม่ไปผูกโยงหรือโดนมองว่าว่า เป็นเครื่องมือประหัตประหารฝ่ายตรงข้ามหรือคู่แข่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เช่นนั้นแผนการปรองดองจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ สิ่งที่พรรคอยากเรียกร้องคืออยากให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องอย่า ด่วนปฏิเสธความเห็นของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. โดยเฉพาะประธานกสม.ที่มีจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลมาโดยตลอด การด่วนปฏิเสธจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลเองที่คนจะมองว่าผู้นำ รัฐบาลปฏิเสธที่จะรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรสิทธิมนุษชนของประเทศ” นายวัชระ กล่าว
นายวัชระ กล่าวอีกว่า พรรคขอฝากว่าหากมีพื้นที่ใดที่ไม่สัญญาณความรุนแรงรัฐบาลควรทะยอยยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปด้วย ทั้งนี้ พรรคเห็นด้วยกับการออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมผู้ครอบครองอาวุธปืน เพราะมองว่าการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนคืนอาวุธปืนที่เป็นสมบัติของราชการจะ ช่วยลดเงื่อนไขของการปฏิบัติการสร้างความรุนแรงและช่วยลดความรู้สึกของ ประชาชน อย่างไรก็ดีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะครอบคลุม อย่างไรบ้าง เบื้องต้นพรรคมองว่ากรอบเวลา 60 วันอาจน้อยเกินไป
ชทพ. หวั่น คณะทำงานอิสระทำงานไม่ทัน 2 ปี
นายวัชระ กล่าวถึงกรณีการเปิดตัวของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมาการชุดต่างๆ พรรคมองยอมรับได้ในตัวกรรมการ แต่มองว่าเป็นการเร็วเกินไปที่จะวิพากษ์วิจารณ์ในการเรื่องการทำงาน ทั้งนี้ สำหรับความรู้สึกของปะชาชนอาจจะไม่มีความ คาดหวังการทำงานของคณะกรรมการเนื่องจากรอบเวลากินเวลา 2-3 ปี จึงเกรงว่าจะไม่ทันกับการแก้ไขปัญหา พรรคจึงขอเสนอให้คณะกรรมการแต่ละคณะกำหนดเงื่อนเวลาให้กระชับโดยให้รายงาน การดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะไม่จำเป็นต้องทุก 6 เดือน อย่างไรก็ดีหากกระบวนการทำงานให้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมก็จะเป็น สิ่งที่ดี
ชทพ.ห่วงคดียุบพรรคถูกใช้เป็น เครื่องมือการเมือง แนะทุกฝ่ายอดทนรอคดีถึงที่สุด
นายวัชระ กล่าวถึงกรณีกระบวนการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ของศาลรัฐธรรมนูญว่า พรรคเกรงว่าคดีนี้จะกลายเป็นสายล่อฟ้าอีกครั้ง เพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรจะมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีการนำประเด็นนี้มาขยายผลทางการเมือง พรรคขอเรียกร้องทุกฝ่ายให้อดทนและอดใจดูกระบวนการต่างๆ ดำเนินไปจนถึงที่สุดก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหว
ชทพ. หนุน รัฐบาลใช้โอกาสกัมพูชาส่งผู้ร้ายข้ามแดนฟื้นสัมพันธ์ประเทศ
นายวัชระ กล่าวว่า กรณีส่งผู้ต้องหาคดีวางระเบิดที่ทำการพรรคภูมิใจไทยข้ามแดนของประเทศกัมพูชา ว่า การส่งตัวผู้ ถูกกล่าวหาข้ามแดนครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการฟื้นฟูสัมพันธภาพที่ ดีระหว่างราชอาณาจักไทยและกัมพูชา โดยไม่ว่ากระบวนการนี้จะมีความเป็นมาอย่างไรก็จะเป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ พรรคจึงขอเรียกร้องใหรัฐบาลใช้โอกาสนี้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ให้กลับคือมาดีเหมือนเดิม ทั้งนี้เพราะทั้งสองประเทศมีปัญหาที่จะต้องร่วมกันแก้และพัฒนา เช่น พื้นที่ทับซ้อน ประสาทเขาพระวิหาร
ชทพ. มั่นใจผู้ว่าธปท.คนใหม่เก่ง ช่วยค้ำระบบการเงินไทย หนุนทำงานไม่ต้องเกรงใจนักการเมือง
นายวัชระ กรรณิการ์ กล่าวว่า กรณีการแต่งตั้งนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ พรรคเชื่อว่านายประสารมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการดำรงตำแหน่งที่สำคัญนี้ โดยพรรคยังคาดว่าผู้ว่าการธปท.คนใหม่จะเป็นเสาหลักที่ค้ำยันระบบการเงินของ ไทยและสามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ พรรคเชื่อว่าผู้ว่าการธปท.คนใหม่จะยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
“ท่านผู้ว่าคนใหม่ ต้องไม่เกรงใจ และจะไม่ยอมให้นักการเมืองหรือใครมาแสวงหาประโยชน์จากระบบการเงิน พรรคขอเรีกยร้องไปยังนักการเมืองด้วยว่าจะต้องไม่เข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้อง กับแบงก์ชาติโดยเด็ดขาด สิ่งที่เราอยากฟังจากผู้ว่าแบงค์ขาติคนใหม่คือความเห็นต่อนโยบายประชานิยม ทุกรูปแบบที่รัฐบาลกำลังดเนินการ โดยอยากทราบว่านโยบายจะมีผลดีผลเสียกับระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจของ ไทยอย่างไร ” นายวัชระ กล่าว
โฆษก ชทพ.จับตา คาร์ฟูถอนการลงทุนไทย ชี้หากเป็นเรื่องจริงต้องเร่งชี้แจง
นายวัชระกล่าวว่า กรณีกระแสข่าวการถอนตัวและถอนการลงทุนของห้างค้าปลีก คาร์ฟู พรรคได้ติดตามด้วยความเป็นห่วงว่ามีข้อเท็จจริงของกระแสข่าวนี้อย่างไร โดยหากกระแสข่าวนี้มีความเป็นจริงและมาจากสถานการณ์ของประเทศไทยพรรคมองว่า ควรจะมีการชี้แจงอย่างเร่งด่วน ส่วนหากมาจากปัญหาภายในของบริษัทพรรคคงไม่ว่าอะไร
โฆษกชทพ.ชี้ “เทพไท” ต้องรับผิดชอบการให้ข่าว เตือนโฆษกพรรคการเมืองต้องระวังก่อนปูดข่าว
นอกจากนี้ นายวัชระ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงข่าวเปิดเผยถึงการซ่องสุมกำลังฝึกอาวุธของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า การให้ข่าวของนายเทพไท ตนคงไม่สามารถวิจารณ์ได้ ทั้งนี้การให้ข่าวนายเทพไทจะต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง แต่อยากเรียกร้องว่าขณะนี้มีข่าวปล่อยที่เกิดขึ้นทั้งจากพรรครัฐบาลและฝ่าย ตรงข้าม ดังนั้นผู้เป็นโฆษกพรรคการเมืองต้องระมัดระวังการให้ข่าวเพราะการให้ข่าวของ พรรคการเมืองย่อมมีผลต่อสังคมและประชาชน ก่อนการพูดต้องพิจารณากลั่นกรองและตรวจสอบข้อมูลให้ดี การพูดโดยหวังผลทางการเมืองเพียงอย่างเดียวคงมีน้ำหนักไม่พอ การพูดแต่ละครั้งควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติด้วย







