posttoday
สปช.แค่ขู่ล้มรธน. ไม่กล้าหักเด็ดขาด

สปช.แค่ขู่ล้มรธน. ไม่กล้าหักเด็ดขาด

04 สิงหาคม 2558

การเมืองไทยในช่วงเดือน ส.ค.จนถึงเดือน ก.ย.ปีนี้ มีหลายเรื่องต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การเมืองไทยในช่วงเดือน ส.ค.จนถึงเดือน ก.ย.ปีนี้ มีหลายเรื่องต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาซักถามอดีต สส. 248 คนที่ลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา สว.โดยมิชอบ ในวันที่ 6 ส.ค. ซึ่งคาดว่า สนช.จะนัดลงมติชี้ชะตาว่าถอดถอนหรือไม่ภายในเดือนนี้

คดีถอดถอนครั้งนี้มีความสำคัญมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากชัดเจนแล้วว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิตกับผู้ที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง โดยไม่ให้กลับมาลงสมัคร สส. หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อีก ดังนั้น หากอดีต สส.คนใดเจอแจ็กพอตเท่ากับว่าต้องเกษียณออกจากการเมืองไปตลอดชีวิตโดยปริยาย

แต่สำหรับเรื่องสำคัญและต้องจับตามากที่สุด หนีไม่พ้นความเคลื่อนไหวของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต่อการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ

แม้ร่างรัฐธรรมนูญที่อยู่ในมือของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ทว่ากลับมี สปช.จำนวนหนึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นแบบทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า “ไม่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้”

สายฮาร์ดคอร์เห็นจะเป็นกลุ่มสมาชิก สปช. นำโดย “วันชัย สอนศิริ” ประกาศตั้งแต่ไก่โห่ว่าจะลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเวอร์ชั่นปฏิรูป ภายหลังเห็นว่าการปฏิรูปประเทศผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่

“ถ้าร่างรัฐธรรมนูญแบบประนีประนอมไม่ใช่การแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ยืนยันว่า ถ้าวันนี้ให้ลงมติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็พร้อมจะลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่พร้อมต่อการเลือกตั้ง และยังไม่เกิดบรรยากาศปรองดอง” เหตุผลส่วนหนึ่งจากวันชัย

เมื่อมีสายฮาร์ดคอร์แล้วก็ยังมีกลุ่ม สปช.สายพิราบด้วย ซึ่งไม่ได้บอกแบบตรงๆ ว่าจะประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แต่เห็นควรให้เกิดการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง อาทิ “สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง “เสรี สุวรรณภานนท์” ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม หรือแม้แต่ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

ขุมกำลังกลุ่มนี้มีเป้าหมายในทำนองว่าไม่ได้สนใจว่า สปช.จะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่หวังว่าจะให้เกิดคำถามประชามติว่า “เห็นด้วยกับการให้ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง 2 ปีหรือไม่” มากกว่า โดยเป็นประเด็นที่มีกลุ่มสมาชิก สปช.เสนอให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ นำไปบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ไม่ได้ตอบสนอง ทำให้ต้องออกมาเคลื่อนไหวอีกรอบหลังจาก “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตเลขาธิการ กปปส.ได้จุดประเด็นปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งขึ้นมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หากมองด้วยเหตุปัจจัยหลายๆ ด้าน พอจะสรุปได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” น่าจะผ่านด่านของ สปช.ไปได้บนเงื่อนไขเหล่านี้

1.การประนีประนอม ที่ผ่านมาแม้คณะ กมธ.ยกร่างฯ จะมีท่าทีต่อข้อเสนอของ สปช.ในลักษณะที่แข็งกระด้างไปบ้าง แต่มาระยะหลังคณะ กมธ.ยกร่างฯ อ่อนลงมาอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนได้จากการดำเนินการยกร่าง “ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ” ซึ่งจะเป็นแหล่งรวบรวมข้อเสนอของ สปช.ทั้งหมด และเป็นหลักประกันว่าความคิดเห็นของ สปช.ไม่ได้ถูกโยนทิ้ง

ด้วยปัจจัยนี้ทำให้สมาชิก สปช.จำนวนไม่น้อยที่เห็นว่าการล้มร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ในทางที่ดี เพราะการล้มร่างรัฐธรรมนูญจะเท่ากับว่าตัวเองได้ฉีกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปทิ้งไปด้วย

2.ไม่กล้าหักด้ามพร้าด้วยเข่า ในร่างรัฐธรรมนูญมีหลายประเด็นที่มี สปช.จำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วย เช่น เรื่องการวางกติกาคุ้มเข้มฝ่ายการเมืองจนอาจส่งผลให้ต่อความเป็นอิสระในการทำงาน เป็นต้น แต่ก็มองไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นเหตุผลนำไปสู่การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญได้ให้หลักประกันในสิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนไม่น้อยไปกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ 2550 ในทางกลับกันเห็นว่า สปช.ควรจะโหวตให้ความเห็นชอบด้วยซ้ำ

3.ลบครหาการต่ออายุให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ว่าการลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.จะมีเหตุผลอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ สปช.จะหนีไม่พ้น คือ คำครหาว่าสร้างความชอบธรรมในการต่ออายุให้กับ คสช.นั่นเอง

คำครหาที่จะตามมาเป็นหางว่าวอย่างนี้เป็นเรื่องที่ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 200 คน และคณะกมธ.ยกร่างฯ ชุดใหม่จำนวน 21 ที่จะถูกตั้งขึ้นมาในอนาคตจะต้องทำงานท่ามกลางความหวาดระแวงของสังคม

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเล็งเห็นว่า สปช.ไม่ควรคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะด้านหนึ่งเนื้อหาที่อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญก็พอยอมรับได้ ดังนั้น ถ้าสปช.ไปฉีกทิ้งย่อมเป็นการสร้างบรรยากาศที่ไม่ดีในทางการเมือง

จากปัจจัยทั้ง 3 ประการ ได้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน สปช.ไปได้ แต่จะด้วยคะแนนแบบเด็ดขาดหรือจะฝ่าด่านประชามติได้หรือไม่ เป็นอีกปัญหาที่ต้องไปแก้กันข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา