
ภาคประชาชนจี้ถอนร่างพรบ.ป่าชุมชนชี้สร้างขัดแย้ง
"พีมูฟ" บุกสภาจี้ถอนร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน ฉบับรวมศูนย์อำนาจ สร้างความขัดแย้ง ขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชน
"พีมูฟ" บุกสภาจี้ถอนร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน ฉบับรวมศูนย์อำนาจ สร้างความขัดแย้ง ขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชน
เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่บริเวณหน้ารัฐสภา ถ.อู่ทองใน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ ได้ชุมนุมเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่จะเข้าสู่การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ ภายหลังจากที่การประชุมสปช.เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ได้ถอนการพิจารณาร่างพ.ร.บ. ออกจากวาระการประชุม แต่ปรากฎว่าในการประชุมสปช.วันที่ 3 ส.ค.นี้ จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้อีกครั้ง โดยมีเนื้อหาที่ไม่แตกต่างจากร่างที่เคยเสนอ
ทั้งนี้ กลุ่มพีมูฟ ออกมาคัดค้าน พร้อมกับมีการเผาพริก เผาเกลือ และทำพิธีสาปแช่ง คนที่สนับสนุนและเห็นด้วย พร้อมกับผ่านร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน ฉบับนี้ จากนั้น ตัวแทนพีมูฟ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยมีนายคณพล ตุ้ยสุวรรณ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ เป็นตัวแทนรับยื่นหนังสือ
นอกจากนี้ กลุ่มพีมูฟ ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชนฉบับรวมศูนย์อำนาจ สร้างความขัดแย้ง แยกวิถีชุมชนออกจากป่า เลิกแก้ไขปัญหาโดยการไล่จับคนจนด้วยกฎหมายและนโยบายที่ล้าหลัง และมีเนื้อหาเอื้อประโยชน์ในการจัดการของภาครัฐ ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยพึ่งพิงและใช้ชีวิตร่วมกับป่ามาช้านาน ตรงกันข้ามกลับมองคนเหล่านี้เป็น “คนทำลายป่าไม้”ทั้งๆที่คนเหล่านี้เป็นผู้มีส่วนช่วยดูแล ปกป้องรักษาป่าไม่ให้คงอยู่ม่าจนถึงทุกวันนี้
แถลงการณ์ ระบุว่า พ.ร.บ.ป่าชุมชนฉบับที่กำลังเข้าสู่การพิจารณามีเนื้อหาหลักอยู่กับการผูกขาด การบริหารจัดการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ มองการบริหารจัดการโดยยึดอำนาจบริหารจัดการเป็นของภาครัฐ โดยขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เนื้อหายังคงสาระวนอยู่กับการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ระบบราชการในการห้ามและควบคุม มีความตั้งใจแยกคนออกจากป่าอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับรัฐ และปัญหาชาวบ้านถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาบุกรุกผืนดินบ้านเกิด
ที่สำคัญคือการลิดรอนสิทธิและขัดต่อหลักสิทธิชุมชน ซึ่งรัฐธรรมนูญปี40 ปี50 รัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 และร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่ในปัจจุบัน ก็ได้บัญญัติและระบุเรื่องสิทธิชุมชนไว้อย่างชัดเจน ทั้งชุมชนท้องถิ้น ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ประเพณีวัฒนธรรม จารีตต่างๆ ในการมีส่วนร่วมดูแลและรักษาทรัพยากรของชุมชนตนเอง
"พีมูฟเห็นว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่มีประโยชน์ใดๆหากยังยึดตามหลักที่กล่าวมา เราจึงมีข้อเสนอให้สปช.ยกเลิกการพิจารณาและถอดถอนร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชนฉบับนี้ออกจากวาระการประชุม ซึ่งทางกลุ่มจะติดตามและเดินหน้าคัดค้านอย่างให้ถึงที่สุด"แถลงการณ์ ระบุ







