
เขื่อนเจ้าพระยาแห้งวิกฤตอีก
เขื่อนเจ้าพระยาน้ำลดขั้นวิกฤตอีกครั้งหลังเร่งส่งน้ำช่วยข้าวตั้งท้องกันนาล่มกว่า 6 แสนไร่
เขื่อนเจ้าพระยาน้ำลดขั้นวิกฤตอีกครั้งหลังเร่งส่งน้ำช่วยข้าวตั้งท้องกันนาล่มกว่า 6 แสนไร่
นายเอกศิษฐ์ ศักดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนเจ้าพระยา เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จุดวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำลดลง 14 ซม. ไปอยู่ที่ 14.00 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) แตะจุดวิกฤต 14.00 ม.รทก.อีกครั้ง หลังจากพ้นวิกฤตมาได้เพียง 10 วัน โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวที่ 6.21 ม.รทก. ซึ่งคงอัตราการระบายน้ำ 95 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วิ) เพื่อช่วยผลักดันน้ำเค็มบริเวณปากแม่น้ำและกรุงเทพมหานคร
นายเอกศิษฐ์ กล่าวอีกว่า ระดับน้ำที่ลดลงกลับมาแตะระดับวิกฤตอีกครั้ง เนื่องจากกรมชลประทานเร่งส่งน้ำเข้าพื้นที่ปลูกข้าวนาปีที่กำลังตั้งท้อง ทั้งฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ และคลองมหาราช รวม 61.42 ลบ.ม./วิ ส่วนฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ และโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาบรมธาตุ รวมทั้งแม่น้ำน้อยรวม 60.27ลบ.ม./วิ เพื่อป้องกันความเสียหายของนาข้าวจำนวนกว่า 6 แสนไร่ ที่กำลังตั้งท้องออกรวง
ขณะที่อ่างเก็บน้ำคลองมะนาวซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาและเพื่อการเกษตรที่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ยังคงวิกฤตน้ำเหลืออยู่เพียง 5.7 แสน ลบ.ม. หรือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ของความจุอ่างทั้งหมดกว่า 2.8 ล้าน ลบ.ม. เพราะฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 2 เดือน ทำให้ต้องดึงน้ำจากเขื่อนลำนางรองมาผลิตน้ำประปาป้อนประชาชนเพื่อป้องกันขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
ด้านสถานการณ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เริ่มดีขึ้นหลังมีฝนตกในพื้นที่ อ.นครไทย อ.ชาติตระการ อ.วัดโบสถ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำเหนือเขื่อน ทำให้น้ำไหลเข้าเขื่อนอยู่ที่ 3.240 ล้าน ลบ.ม.
ส่งผลปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอยู่ที่ 141.815 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มจากเมื่อ 3 วันที่แล้วถึง 6 ล้าน ลบ.ม. น้ำใช้การ 98.815 ล้าน ลบ.ม. แต่ยังปล่อยน้ำอยู่ที่ 1.7280 ล้าน ลบ.ม./วัน
ทั้งนี้ เช่นเดียวกับเขื่อนภูมิพล จ.ตาก น้ำไหลเข้าอย่างต่อเนื่องโดยมีน้ำไหลเข้าวันละ 26.38 ล้านลบ.ม.ทำให้มีน้ำกักเก็บทั้งสิ้น 3,990 ล้าน ลบ.ม. โดยมีน้ำใช้การได้ 190 ล้าน ลบ.ม. แต่ยังคงระบายเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศจำนวน 5 ล้าน ลบ.ม.
นอกจากนี้ 2 เขื่อนใหญ่ จ.กาญจนบุรี มีน้ำไหลเข้าเขื่อนรวมกันวันละกว่า 65 ล้าน ลบ.ม. โดยเขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำกักเก็บ 12,018.24 ล้าน ลบ.ม. สามารถนำไปใช้งานได้ 1,753.46 ล้าน ลบ.ม. แต่สามารถรับน้ำได้อีก 5,726.86 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำ 4,164.09 ล้าน ลบ.ม. นำไปใช้งานได้ 1,152.09 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 4,695.91 ล้าน ลบ.ม. ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือรับมือน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุไซโคลน “โกเมน” พัดผ่าน







