posttoday
บิ๊กตู่สั่งภาครัฐประหยัดน้ำ10%

บิ๊กตู่สั่งภาครัฐประหยัดน้ำ10%

29 กรกฎาคม 2558

นายกรัฐมนตรีสั่งหน่วยงานรัฐลดการใช้น้ำอีก 10% มั่นใจฝนตกน้ำไหลเข้าเขื่อนหลัก

นายกรัฐมนตรีสั่งหน่วยงานรัฐลดการใช้น้ำอีก 10% มั่นใจฝนตกน้ำไหลเข้าเขื่อนหลัก

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานรัฐดำเนินมาตรการประหยัดการใช้น้ำลงอีกอย่างน้อย 10% พร้อมกับตั้งคณะทำงานปฏิบัติการประหยัดน้ำสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับหน่วยงานภาครัฐ

ทั้งนี้ มาตรการประหยัดน้ำของรัฐ อาทิ ตรวจสอบการรั่วซึมของชักโครก ไม่เปิดน้ำไหลตลอดเวลาขณะล้างหน้า ไม่ทิ้งเศษอาหาร กระดาษ สารเคมีทุกชนิดลงในชักโครก ให้ใช้สบู่เหลวล้างมือแทนสบู่ก้อน ห้ามทิ้งน้ำดื่มที่เหลือในแก้วโดยไม่เกิดประโยชน์ และใช้เหยือกน้ำกับแก้วเปล่าในการบริการน้ำดื่ม ไม่ควรล้างรถบ่อยครั้ง การรดน้ำให้ใช้สปริงเกอร์ หรือฝักบัวรดน้ำและไม่ควรรดน้ำตอนแดดจัด

“นายกรัฐมนตรีไม่กังวลสถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มคลี่คลาย เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสำคัญ 4 แห่ง มีมากกว่าปริมาณน้ำไหลออก” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว

ด้าน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวขณะลงพื้นที่ตรวจการขุดลอกแหล่งน้ำในพื้นที่อ.หันคา จ.ชัยนาท เพื่อเตรียมเป็นแหล่งรับและกักเก็บน้ำจากฝนที่จะตกในช่วงเดือน ส.ค.นี้ว่า ในปีนี้ปริมาณน้ำน้อยกว่าปีก่อน ซึ่งไม่เพียงพอที่จะส่งน้ำให้ทำนาปรังอย่างแน่นอน โดย ครม.จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องแต่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วง ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท และวัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ยังมีระดับต่ำส่งผลให้แพขนานยนต์ข้ามฟากยังคงหยุดให้บริการมาเป็นสัปดาห์ที่ 8 ประชาชนต้องเดินทางไกลกว่าเดิม 30 กิโลเมตร ขณะที่การส่งน้ำเข้าคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง เลี้ยงพื้นที่นากว่า 1 แสนไร่ ใน จ.ชัยนาท และสุพรรณบุรี ยังเป็นไปอย่างล่าช้า คาดว่าใช้เวลาอีก 4 วัน น้ำจึงจะไหลไปถึงปลายคลองในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีระยะทางห่างออกไปถึง 70 กิโลเมตร

ด้าน จ.นครพนม มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้แม่น้ำโขงมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นถึง 8 เมตร ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะหากระดับน้ำเพิ่มขึ้นถึง 12 เมตร ก็จะทำให้น้ำโขงหนุนลำน้ำสาขาทะลักท่วมพื้นที่ลุ่ม รวมถึงชุมชนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงมีการตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเตรียมรับมือไว้ทั่วเขตเทศบาลเมืองนครพนม

ขณะเดียวกันเกิดน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะถนนสายหลักใน อ.ท่าอุเทน ขาดเป็นระยะทางยาว 10 เมตร ทำให้ประชาชนกว่า 5 หมู่บ้านถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต้องนำสะพานแบริ่งมาติดตั้งชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาให้กับชาวบ้านในพื้นที่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI