
คนจับปลา ต้นแบบ SE ประมงพื้นบ้าน
อาหารทะเลสดและแปรรูปในแพ็กเกจสุญญากาศประทับตราแบรนด์ “คนจับปลา” (Fisherfolk)
โดย...วรธาร ทัดแก้ว
อาหารทะเลสดและแปรรูปในแพ็กเกจสุญญากาศประทับตราแบรนด์ “คนจับปลา” (Fisherfolk) เคยซื้อมาบริโภคหรือยัง ของเขาสดดี มีขายอยู่ที่ร้านคนจับปลา ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และนครศรีธรรมราช ส่วนที่กรุงเทพฯ หน้าร้านอยู่ที่ Root Garden ทองหล่อซอย 3 รวมถึงมีการออกบูธในงานต่างๆ และขายผ่านเฟซบุ๊ก
คนจับปลา คือผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลสด อาหารทะเลแปรรูป และอาหารสำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นโดยเครือข่ายประมงพื้นบ้าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยปลาที่ได้มาจากการทำประมงที่ใช้เครื่องมือประมงถูกกฎหมายไม่ทำลายล้าง ทั้งเป็นไปตามกติกาชุมชน การผลิตอาหารไม่ใช้สารเคมี การจำหน่ายก็ส่งตรงถึงผู้บริโภคไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ผู้บริโภคได้กินอาหารปลอดภัย สมาชิกผู้จับปลาได้กำหนดราคาขายในราคาที่เป็นธรรม ที่สำคัญกำไรส่วนหนึ่งยังวนกลับไปใช้ในงานอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลต่อไปอีกด้วย
เสาวลักษณ์ ประทุมทอง ตัวแทนสมาคมรักษ์ทะเลไทย พลังขับเคลื่อนสำคัญร้านคนจับปลา เปิดเผยว่า ร้านคนจับปลาเป็นกิจการของชาวประมงที่ลงขันในนามเครือข่ายประมงพื้นบ้าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมหุ้นกับสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และสมาคมรักษ์ทะเลไทย ดำเนินการในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนและบริหารจัดการในโมเดลกิจการเพื่อสังคม (SE) โดยเครือข่ายประมงพื้นบ้านประจวบฯ ถือ 20% สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงฯ 20% อีก 60% ถือโดยสมาคมรักษ์ทะเลไทยต่อไปถ้าร้านเข้มแข็งมีการเติบโตเมื่อนั้นสมาคมรักษ์ทะเลไทยจะโอนหุ้นทั้งหมดให้กับชาวประมงซึ่งเป็นเป้าหมายที่วางไว้แต่ต้น
โมเดล SE ดังกล่าว มีจุดเริ่มจากการที่สมาคมรักษ์ทะเลไทยได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์มานาน 8 ปี จนชาวบ้านเข้าใจพร้อมเปลี่ยนวิถีการทำประมงแบบเก่าที่ไม่คำนึงถึงทรัพยากรทางทะเลได้หันมาทำประมงแนวอนุรักษ์คือไม่ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายทำลายล้างระบบนิเวศหรือทรัพยากรทะเล แต่สิ่งหนึ่งที่ประมงพื้นบ้านยังประสบปัญหาอยู่คือถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบคอยกดราคาตลอด ซ้ำผู้บริโภคยังต้องซื้อแพงและอาจได้กินอาหารที่ไม่ปลอดภัยได้ เพราะพ่อค้าคนกลางจะใช้สารเคมีเพื่อช่วยให้อาหารคงความสด
“เหตุนี้ประมงพื้นบ้านประมาณ 60 ราย ที่ทำงานอนุรักษ์ทะเลมาด้วยกัน ลุกขึ้นมาผลิตสินค้าตัวเองในแบรนด์คนจับปลา ขายเองโดยตัดวงจรพ่อค้าคนกลางออกไป ทำให้สมาชิกประมงได้ราคาที่เป็นธรรม เพราะร้านจะรับซื้อจากสมาชิกสูงกว่าราคาหน้าแพปลาประมาณ 20% ทำให้พวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้นนอกจากการขายให้แพปลา ส่วนการผลิตเราใช้วิธีแช่แข็งและแพ็กสุญญากาศเพื่อยืดอายุ ไม่ใช้สารเคมี ทำให้ผู้บริโภคได้กินอาหารปลอดภัยและจ่ายในราคาเหมาะสม”
ขณะที่การบริหารจัดการรายได้ เสาวลักษณ์ บอกว่า รายได้ที่เป็นกำไรสุทธิจะมีการปันผลให้สมาชิกในสิ้นปี และส่วนหนึ่งจะจัดสรรไว้เพื่อนำไปฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลต่อไป ซึ่งเป็นหลักการที่วางไว้แต่ต้น เช่น บางส่วนอาจเอาไปทำบ้านปลา ทำธนาคารปู แล้วแต่ท้องถิ่น โดยอาจจะผ่านองค์กร สมาคมประมงพื้นบ้าน สมาคมรักษ์ทะเลไทย ก็ได้
“ตอนนี้ร้านคนจับปลามีสาขาที่ประจวบฯ ดำเนินการมาได้ 1 ปี และที่นครศรีธรรมราช 6 เดือน และมีหน้าร้านที่ Root Garden ทองหล่อซอย 3 ถือว่าตลาดยังแคบอยู่เพราะกิจการเพิ่งเริ่มไม่นาน กำลังซื้อปลาของเราจากสมาชิกยังน้อยแต่พวกเขาหาปลาได้เยอะนะ แต่เมื่อใดกิจการเติบโตมั่นคงก็จะขยายไปจังหวัดอื่น ซึ่งอาจไม่ใช่กิจการแบบนี้ก็ได้ แต่หลักคิดและการดำเนินการแบบเดียวกัน คือมีกำไร ทุกคนอยู่ได้ และนำกำไรบางส่วนกลับคืนสู่สังคม” เสาวลักษณ์ทิ้งท้าย







