
ร้ายกว่าเดิม
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เจมส์ คอร์มี ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ หรือที่รู้จักกันกว่า เอฟบีไอ นั้น ออกโรงเตือนเมื่อวานนี้ครับ ว่าเครือข่ายกลุ่มอิสลามิก สเตท นั้นใหญ่กว่าเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์มาก และสามารถขยายเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว เชื่อว่ามีสมาชิกเครือข่ายที่เป็นคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ถึง 2.1 หมื่นคน และที่สำคัญส่วนใหญ่จะอยู่ในสหรัฐเสียด้วย สหรัฐมองว่าเครือข่ายไอเอสนี้เป็นภัยต่อสหรัฐมากกว่าเครือข่ายอัลกออิดะห์เสียอีก
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ไอเอสขยายสมาชิกได้อย่างรวดเร็ว ก็คือการขยายแนวอุดมการณ์ในโลกยุคใหม่ที่มีอินเทอร์เน็ต มีเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นตัวเชื่อมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ใครที่มีแนวคิด มีอุดมการณ์ เห็นอกเห็นใจ ก็สามารถศึกษาแนวทาง และเข้าร่วมได้อย่างไม่ยากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาการกีดกันระหว่างศาสนาในประเทศตะวันตกและในหลายประเทศในโลก ก็ยิ่งเป็นการผลักให้คนเข้าร่วมกับเครือข่ายไอเอสมากขึ้น จะเห็นได้ว่าในประเทศตะวันตกไม่ว่าจะในอังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ และในยุโรปเหนืออื่นๆ นั้น มีกลุ่มคนผิวขาวที่เข้าร่วมกับไอเอสเป็นจำนวนมาก จนหลายครั้งที่มีการสงสัยว่าวิดีโอการสังหารเชลยของกลุ่มไอเอสนั้น คนที่ลงมือสังหารก็เป็นชาวตะวันตกที่เป็นพลพรรคไอเอสนั่นเอง
ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้ทำให้ไอเอสขยายสมาชิกได้รวดเร็วกว่าเครือข่ายก่อการร้ายแบบเดิมๆ เช่น อัลกออิดะห์ ที่จำเป็นจะต้องมีการเกณฑ์สมาชิกใหม่ และต้องเข้าฝึกในค่ายก่อการร้าย ซึ่งมักจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เช่น ในเขตภูเขาลึกตามแนวชายแดนปากีสถานและอัฟกานิสถาน ขณะที่กลุ่มไอเอสนั้นมีพื้นที่ยึดครองกว้างมากทั้งในอิรักและซีเรีย ทำให้การเดินทางเข้าถึงพื้นที่ของไอเอสของบรรดาสมาชิกใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องยาก และตุรกีก็เป็นทางผ่านที่สำคัญสำหรับการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ของไอเอส ผ่านตุรกีและเข้าสู่ตอนเหนือของอิรักได้ทันที
อย่างไรก็ตาม การขยายแนวคิดและการขยายแนวร่วมที่ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้นนี่เอง อาจจะทำให้บางชาติใช้เป็นข้ออ้างเพื่อการกลืนชาติชนกลุ่มน้อย หรือใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการเล่นงานทางการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามเอง
อย่างกรณีของจีนนั้น ปัญหาการกลืนชาติโดยชาวจีนฮั่นต่อชนกลุ่มน้อยต่างๆ ในพื้นที่ยึดครองเป็นปัญหาเรื้อรังมาตลอดดหลายสิบ ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการกลืนชาติทิเบต และล่าสุดกรณีชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นชาวมุสลิมในพื้นที่เขตปกครองตนเองซินเจียง ก็กำลังกลายเป็นข้อพิพาทสำคัญเช่นกัน
คำถามที่สำคัญ ก็คือข้อกล่าวหาที่ว่าชาวอุยกูร์บางกลุ่มกำลังเข้าแนวร่วมกับกลุ่มไอเอสจริงๆ หรือว่าเป็นเพียงข้ออ้างที่จีนใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมที่จะกลืนชาติในพื้นที่ซินเจียงเท่านั้น







