ไซเตสพอใจแผนสกัดค้างาช้างของไทย
ไซเตสพอใจแผนปฏิบัติการสกัดค้างาช้างของไทยไม่กีดกัดค้าสัตว์กับไทย
ไซเตสพอใจแผนปฏิบัติการสกัดค้างาช้างของไทยไม่กีดกัดค้าสัตว์กับไทย
นายอดิศร นุชดำรง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ระบุในรายงานที่ประชุม ว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการจัดการปัญหาการค้างาช้าง ประสบความสำเร็จอย่างเป็นที่น่าพอใจในการดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยไม่ถูกเสนอระงับการค้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส หรือค้าขายส่งออกพืชพันธุ์และชนิดสัตว์ที่อนุญาตให้ค้าขายได้ตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญา จากคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาไซเตส
อย่างไรก็ดี จะไทยยังคงมีสถานะเป็นประเทศที่น่ากังวลอย่างมากอยู่ และยังคงต้องดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างฯ และส่งรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการตามแผนฯ ภายในวันที่ 15 ก.ย. ให้สำนักเลขาธิการไซเตส เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาไซเตส ครั้งที่ 66 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 ม.ค.2559 พิจารณาต่อไป
นายอดิศร กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารอนุสัญญาไซเตส แจ้งประเด็นเพิ่มเติมในรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฯ ภายในวันที่ 15 ก.ย. คือ 1. คำชี้แจงเกี่ยวกับบทลงโทษกรณีครอบครองและค้างาช้างแอฟริกา 2.คำชี้แจงเกี่ยวกับอายุของช้างบ้านที่กำหนดให้ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย 3.คำชี้แจงเกี่ยวกับการตรวจสอบการแจ้งครอบครองงาช้างบ้าน
ทั้งนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ได้มอบหมายให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีมาตรการทางกฎหมายในการกำหนดอายุช้างบ้านตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 เดือน ต้องจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณ และมีมาตรการทางการกฎหมายที่เข้มงวดและรัดกุมในการป้องกันไม่ให้มีการนำช้างผิดกฎหมายมาแจ้งจดทะเบียนเป็นช้างบ้าน รวมทั้งกำกับดูแลการตัดงาของช้างบ้านด้วย และให้กรมอุทยานฯ มีมาตรการที่เข้มงวดและรัดกุมในการตรวจสอบการแจ้งการครอบครองงาช้าง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำงาช้างแอฟริกามาแจ้งการครอบครองเป็นงาช้างบ้าน รวมทั้งมีมาตรการที่เข้มงวดกวดขันในการกำกับดูแลและควบคุมร้านค้างาช้างให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดต่อไป
ส่วนในเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาจัดการและใช้ประโยชน์งาช้างของกลางประเทศไทย ที่มีพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทส.เป็นประธาน เตรียมดำเนินการเผาทำลายงาช้างของกลางกว่า 2,000 กก. เพื่อแสดงความจริงใจของประเทศไทยในการแก้ปัญหางาช้างนั้น คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้หลังวันที่ 16 ส.ค.







